Bubee Homepage

20 พฤษภาคม 12 เวลาต้องสั้นลง

ถ้าพระเจ้าไม่โปรดให้วันเวลาเหล่านั้น ย่นสั้นเข้า

จะไม่มีมนุษย์รอดได้เลย

ถอดความจาก มาระโก 13:20

 

ภาพจาก http://iamthewordthecomforter.blogspot.com

 

พระเยซูทรงเตือนต่อไปถึงวันท้าย ๆ  ของโลกนี้ว่า

“ถ้าพระเจ้าไม่โปรดให้วันเวลาเหล่านั้น ย่นสั้นเข้า  จะไม่มีมนุษย์รอดได้เลย

แต่เพราะทรงเห็นแก่คนที่พระองค์ทรงเลือกไว้ จึงทรงให้วันเหล่านั้นย่นสั้นเข้า”

ทำไมล่ะ?  ทำไมเป็นเช่นนั้น ?

เพราะ….

จะมีคนมาบอกว่า “พระผู้ช่วยอยู่ที่นั่น   พระองค์นั้นอยู่ที่นี่

องค์นี้นั่นแหละจะช่วยได้….”

จะมีกลุ่มคนทำการอัศจรรย์ให้เห็น  น่าตื่นเต้น

ทำให้เราเชื่อพวกเขา   ที่เขาทำอย่างนี้เพราะ

จะล่อลวงพวกเราให้หลงไปจากการเชื่อวางใจในพระเยซู….
แล้วคนเหล่านั้นจะไม่รอดพ้น เพราะทางรอดพ้นมีทางเดียวคือ
การวางใจในพระเยซูคริสต์

 

พระเยซูครับ
ขอบคุณที่พระองค์ทรงบอกผมไว้ล่วงหน้า
ผมเคยเห็นครับ คนที่ทำอิทธิฤทธิ์ ทำให้คนหลงเชื่อ ตามไป

ตามไปไม่พอ ยังทุ่มเทเงินให้กับพวกนี้ด้วย

สมัยนี้มีเยอะและ  พระเจ้าครับ  ขอทรงช่วยเพื่อน ๆ ที่หลงไปเชื่่อการอัศจรรย์

มากกว่าที่จะเชื่อในพระคำ และพระสัญญาของพระองค์

ผมตัดสินใจแล้วครับว่า จะวางใจพระองค์ตลอดไป
ขอพระองค์ทรงช่วยให้ผมมีกำลัง และยึดมั่นพระองค์ ไม่ถอยด้วยครับ

 


กำลังใจ ๑๕-๑

2 พงศาวดาร 15:1-8

เมื่อราชาอาสาเสด็จกลับมาจากการรบ   อาซาริยาห์บุตรโอเดด มาเฝ้าพระองค์ เพราะว่า พระวิญญาณของพระเจ้าทรงอยู่เหนือเขา  และมีบางสิ่งที่เขาต้องทูลพระราชาให้ทรงทราบ

 

สิ่งนี้สำคัญมาก

จะช่วยให้ราชาอาสาได้ปกครองประเทศต่อไป

 

เมื่อเขาได้เข้าเฝ้า  จึงทูลว่า  “ขอพระราชาโปรดทรงฟังข้าพเจ้า  ทั้งชนเผ่ายูดาห์ และชนเผ่าเบนยามิน  ขอโปรดฟังข้าพเจ้า”

เขาหันไปมองทุก ๆ คนที่ล้อมกันอยู่ ณ ที่นั่น

“พระเจ้าตรัสว่า  พระองค์สถิตกับท่านทั้งหลายเมื่อท่านอยู่กับพระองค์  หากพวกท่านแสวงหาพระองค์   ท่านจะพบพระองค์แน่นอน”

“เอเมน”  เสียงทุกคนร้องตอบ  พวกเขาขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงย้ำเตือนการที่พระองค์ทรงอยู่ด้วยกับพวกเขา

“แต่ว่า”   อาซาริยาห์กล่าวต่อไป  “หากพวกท่านละทิ้งพระองค์   พระองค์ก็จะทรงละทิ้งท่าน    นานแล้วนะที่อิสราเอล ประเทศของเรานี้ อยู่กันไปอย่างไม่มีพระเจ้า  ไม่มีปุโรหิตผู้สอนความจริง   ไม่มีแม้กระทั่งบทบัญญัติ”

พวกเขาหันหน้ามองกันและพยักหน้า

“แต่ในยามลำบากครั้งนี้  ศึกที่ผ่านมา  พวกท่านได้แสวงหาพระเจ้า  แล้วพวกท่านก็ได้พบพระองค์”

“ใช่แล้ว…  ท่านต้องการบอกอะไรเราหรือ?”  ราชาอาสาถาม

“พระราชาพะยะค่ะ   ก่อนหน้านี้ บ้านเมืองวุ่นวายสับสน  ไม่มีใครกล้าเดินทางไปไหนมาไหนเพราะว่า ไม่ปลอดภัยเลย โจรผู้ร้ายชุกชุม    ยิ่งกว่านั้นยังมีสงครามระหว่างเมือง  ระหว่างประเทศอีก   ที่เป็นเช่นนี้เพราะพระเจ้าทรงให้ความทุกข์เหล่านั้นแก่พวกเขา”

“เอ๊ะ ท่านหมายความว่า   ความทุกข์ยากกระหน่ำเข้ามาก็เพราะพระเจ้าอย่างนั้นหรือ?”

“ใช่แล้วพะยะค่ะ   แต่ส่วนองค์ราชา  ขอทรงพระเจริญ

ขอพระองค์ทรงเข้มแข็ง

ขออย่าทรงยอมแพ้ หรือท้อถอย   และพระเจ้าจะประทานรางวัลให้กับผลงานของพระองค์พะยะค่ะ”

 

ช่างเป็นคำดีจริง  เป็นคำหนุนกำลังให้กับพระราชาหลังจากสงครามครั้งใหญ่ที่พระองค์เองทรงทราบดีว่า เป็นการช่วยเหลือของพระเจ้าอย่างแน่นอน

พระราชาทรงรู้สึกมีกำลังขึ้นมา  พร้อมที่จะทำงานรับใช้พระเจ้าและประชาชนอย่างถูกทาง

ประชาชนกลับมาหาพระเจ้าอีกครั้ง

หลังจากนั้น ราชาอาสาก็ได้กวาดล้างรูปเคารพอีก  ทั่วดินแดนยูดาห์  เบนยามิน และหัวเมืองต่าง ๆ  ในเทือกเขาเอฟราอิม   ประชาชนจะพอใจหรือไม่ พระราชาเป็นผู้ทรงตัดสินพระทัยให้พวกเขา  ทรงชักชวนให้ประชาชนกลับมานมัสการพระเจ้าอีก  และวิหารของพระเจ้าที่เสียไปครั้งนั้นจากการบุกของฟาโรห์ชิชัก  พระองค์ก็ทรงสั่งให้ซ่อมแซมจนกลับมาใช้ได้อีกครั้ง

 

19 พฤษภาคม 12 วิบัติใหญ่

จงอธิษฐานขอ เพื่อเหตุการณ์(ร้าย) เหล่านี้

จะไม่เกิดขึ้นในฤดูหนาว

ถอดความจาก มาระโก 13:18

วันเสาร์ อาทิตย์ จันทร์ เราจะติดตามเรื่องราวในมาระโก

ภาพจาก http://english.sina.com/p/1/2008/0306/149016.html

 

พระเยซูตรัสว่า จะมีวันหนึ่งที่สิ่งที่น่าเกลียด ไปตั้งอยู่ในที่ ๆ ไม่สมควรจะตั้ง
(เรื่องนี้เป็นอย่างไรกัน เราต้องเรียนอีกยาวเลยล่ะ )
มันเป็นเวลาใกล้สุดท้ายของโลกเต็มที

เป็นวันที่จะเกิดเหตุร้ายแรงของโลกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
และเบื้องหน้าก็จะไม่มีอีกต่อไปด้วย

ในวันเหล่านั้น คนที่อยู่ในแคว้นยูเดีย ควรหนีไปที่ภูเขา
คนที่ดาดฟ้า ก็ไม่ต้องเก็บของในบ้าน ให้รีบหนี
คนที่อยู่ในทุ่งนา ไม่ต้องคิดกลับไปเอาเสื้อผ้า
ให้หนีทันที

วันนั้นคนที่น่าสงสารคือ ผู้หญิงมีครรภ์หรือมีลูกเล็กที่ยังดูดนมอยู่
พระเยซูจึงทรงบอกว่า

จงอธิษฐานขอ เพื่อเหตุการณ์(ร้าย) เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นในฤดูหนาว”

 

พระเจ้าครับ
มันน่ากลัวมากถ้าจะมีอะไรเกิดขึ้นอย่างที่พระองค์ตรัส
แค่ฝนตกหน้าหนาว พวกเราก็แย่แล้ว
น้ำท่วมหน้าหนาว ก็ทรมานมาก
แต่เราไม่ทราบว่า พระองค์หมายถึงภัยพิบัติแบบไหน

ขอพระเจ้าทรงช่วยเราให้หนีมันได้

อย่าให้มันเกิดในฤดูหนาวเลยครับ
พวกเราชาวโลกแย่แน่  ๆ


 

 

รัชกาลแสนสงบ ๑๕-๒

2 พงศาวดาร 15:9-19

พระราชา จะเป็นผู้ตัดสินว่า ทั้งประเทศจะอยู่ภายใต้พระพรของพระเจ้าหรือไม่ …. นี่เป็นความรับผิดชอบของผู้นำ   เขาจะต้องเดินตามที่พระเจ้าทรงพอพระทัย    เมื่อเขาทำเช่นนั้น พระพรจะตามมา….

เมื่อผู้กล่าวคำของพระเจ้าได้ทูลให้กำลังใจ  ราชาอาสาก็มีพระทัยกล้าหาญขึ้นมาก ไม่ทรงกลัวคำต่อต้านของใครทั้งนั้น

 

มีประชาชนเป็นจำนวนมากที่หลบหนีมาจากเอฟราอิม มหัสเสห์ทางเหนือ และสิเมโอน   พวกเขาพูดกันว่า
“ดูซิ  เจ้าเห็นไหม พระเจ้าสถิตอยู่กับราชาอาสา  แล้วดูซิว่า ประเทศที่พระองค์ปกครองนั้น เจริญขึ้นขนาดไหน… เราไปอยู่กับพระองค์ดีกว่า”

 

ปีนั้น ที่รบชนะและมีข้าวของริบมาด้วย   เป็นปีที่ 15  ที่ราชาอาสาครองอิสราเอล

ประชาชนเข้ามาชุมนุมในกรุงเยรูซาเล็ม และถวายเครื่องบูชาเป็นวัวผู้ 700 ตัว และแกะอีก 7000  ตัว  มากมายมหาศาลเหลือเกิน!
ที่ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นที่จดจำเพราะ  ……ประชาชนได้ทำพันธสัญญากันว่า ในชีวิตของพวกเขา  พวกเขาจะแสวงหาพระเจ้าด้วยสุดจิต สุดใจ

หมายความว่าอย่างไรกันหรือ?

เขาจะยกย่องพระเจ้าในชีวิตประจำวันของเขา ทำอะไรก็เกรงกลัวพระเจ้า ไม่ทำบาป พวกเขาจะคอยฟังและดำเนินตามพระบัญญัติของพระเจ้า … และไม่ใช่เดี๋ยวทำ เดี๋ยวเลิก  แต่เขาจะทำสิ่งเหล่านี้ตลอดไป

 

พวกเขายังเสนอว่า ใครไม่แสวงหาพระเจ้า สมควรตาย!

“พวกเราจะติดตามพระเจ้า”   คนหนึ่งตะโกนนำ

“ใช่แล้ว  เราจะติดตามพระเจ้าตลอดไป”  คนอื่น ๆ  ร้องตอบ

อู่    อู๊     อู่  อู๊     เสียงแตรดังตามมา

วันนั้น พวกเขามีความสุขมากที่ได้สัญญากับพระเจ้าอย่างสุดใจ

พวกเขาดีใจที่จะตั้งใจแสวงหาพระเจ้าด้วยสุดกำลังของเขา

และเมื่อเขาทำเช่นนั้น

พระเจ้าก็ทรงพบกับเขา ทุกวัน

เขาได้ยินเสียงของพระเจ้า  เดินตามพระองค์ทุกวัน

เมื่อเขาทำสิ่งที่ถูกต้อง พระเจ้าก็อวยพรพวกเขาให้สงบรอบด้าน ไม่มีศึกสงครามเข้ามา

 

ส่วนพระราชาทำสิ่งที่มากไปกว่านั้น

พระองค์ทรงถอดตำแหน่งพระราชชนนีออกจากพระมารดาของพระงอค์เอง  เพราะพระมารดามาอาคาห์องค์นี้ สร้างเทวรูปและชักชวนให้คนมากมายไปบูชากราบไหว้เทวรูปเหล่านั้น

พระองค์ทรงทำลายสิ่งที่พระมารดาบูชาทั้งหมด และนำไปเผา ไปบดให้ละเอียดจนไม่เห็นซากเลย

พระองค์นำข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ และของ ๆ พระราชบิดา มาถวายเพื่อให้ใช้ประโยชน์ในพระวิหารอย่างมากมาย

และประเทศปลอดสงครามเป็นเวลานาน

พระราชาก็มีพระทัยดี บริสุทธิ์ติดตามพระเจ้ามาตลอด

จนกระทั่งปีที่ 35 ของรัชกาล

 

หาพันธมิตรใหม่้ ๑๕-๓

2 พงศาวดาร 16:1

 

35 ปีที่ราชาอาสาครองราชย์  ประเทศไม่มีสงครามเลย  ประชาชนมีความสุขสงบ และต่างทำมาหากิน  สร้างสรรค์งานสวยงามให้เกิดขึ้น   เวลาไม่มีสงคราม ส่วนใหญ่แล้ว ก็จะมีเวลาคิดสิ่งที่ทำให้การเป็นอยู่ดีขึ้น

 

แต่ความสบายก็ทำให้หลาย ๆ คนเฉื่อยชาได้เช่นกัน  ความกระตือรือร้นที่เคยมีเนื่องจากความยากลำบากก็หายไป   สบายมากก็เฉยชา  ลืมไปว่า ผู้ที่ทำให้ชีวิตเป็นสุขคือใคร…

ระหว่างที่ราชาอาสาครองในยูดาห์ทางใต้

ผู้ที่ครองทางเหนือคือ ราชาบาอาชา

บาอาชาทรงยกทัพมาต่อสู้กับยูดาห์    วิธีการคือ สร้างเมืองด่านขึ้น เพื่อว่า ไม่ให้คนเดินทางเข้าออกโดยสะดวกอีกต่อไป

บาอาชาทรงสร้างเมืองรามาห์ขึ้นในเขตของอิสราเอลเอง  …..

 

ความที่ราชาอาสาทั้งชราแล้ว   และไม่สามารถจะไปสู้รบกับศัตรูที่ไม่คาดฝัน พระองค์จึงคิดแผนการที่จะไม่ต้องรบเอง

ถ้าเป็นแต่ก่อน เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว  ราชาอาสาจะพึ่งพาพระเจ้าอย่างแน่นอน

มาวันนี้  พระองค์ทรงหลงลืมความดีของพระเจ้าที่ทรงมีต่อพระองค์

เราไม่ทราบว่า เหตุใดการตัดสินใจครั้งนี้ของพระองค์จึงออกมาในรูปนี้

สิ่งที่ราชาอาสาทรงทำก็คือ  ทรงคิดหาเพื่อนที่จะช่วยจัดการกับบาอาชา

พระองค์ไม่อธิษฐานแล้ว

แต่กลับไปหาพันธมิตร  โดยยอมเสียบางอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ…. ชัยชนะเหนือบาอาชา

พระองค์ทรงไปหาใครกันนะ ?

เรื่องล่าสุดในหมวด
พระคำประจำวัน

+

18 พฤษภาคม 12 อย่าโกรธนาน
18 พฤษภาคม 12 อย่าโกรธนาน

จะโกรธก็โกรธได้   แต่อย่าให้กลายเป็นบาป อย่าโกรธไปจนกระทั่งตะวันตกดิน ถอดความจาก เอเฟซัส 5:26 เรื่องที่เกิดขึ้นข้างบนนี้  อ่านต่อ

เรื่องล่าสุดในหมวด
เรื่องราวชีวิตจริง

+

ดูเรื่องอื่นๆ
 

+

ผู้ที่รอคอยพระเจ้า
ผู้ที่รอคอยพระเจ้า

เพื่อน ๆ ครับ  เวลาเราอ่อนแรง  และเรากลับมาหาพระเจ้า เราร้องเพลง เราอ่านพระคำของพระองค์ จะช่วยให้เรามีกำลังในการสู้ชีวิตต่อไปด้วยพลังของพระองค์    อ่านต่อ

พร้อมหรือไม่?
พร้อมหรือไม่?

11 มีนาคม 11 ตอนบ่าย ก็มีเรื่องเสียใจอีกครั้งที่ญี่ปุ่นต้องเจอกับการสูญเสียครั้งใหญ่ อ่านต่อ