Bubee Homepage

การสูญเสียของลูก ๆ ๒๑

 

ปี 1837  และหลังจากนั้นต่อมา  ซาราห์ และอะโดนิรามมีลูกสาวลูกชาย 6 คน   ซึ่งเด็กทั้ง 6 คนนี้ ต่างก็มีสุขภาพที่ย่ำแย่    นี่เป็นสิ่งที่ครอบครัวผู้รับใช้ต่างแดนมักจะพบเจอ  ลูก ๆ ไม่ชินกับเมืองร้อน  มีไม่น้อยที่ตายตั้งแต่ยังเป็นทารก  ดังนั้น ผู้รับใช้ที่ตั้งใจว่า จะอยู่ในดินแดนใหม่ของเขานั้น ก็มักจะส่งลูกกลับไปอยู่บ้านเกิดของตน  และจะมีคนช่วยดูแลเด็ก ๆ  ให้  พวกเขาที่จะรับใช้ต่างแดนจึงมักจะต้องทำใจเอาไว้ล่วงหน้าก่อนว่า จะไม่มีโอกาสเลี้ยงดูลูกของตนจนเติบใหญ่

ตั้งแต่ปี 1839 เป็นต้นมา  สุขภาพของอะโดนิรามก็เสื่อมลงเรื่อย ๆ   และแพทย์หาทางรักษาเขาไม่ได้  จึงขอให้เขามีโอกาสเดินทางเรือไปยังกัลกัตตาเพื่อให้ได้รับอากาศดี ๆ   เขาเองได้มีโอกาสพบเพื่อนผู้รับใช้ต่างแดนที่นั่นหลายคน

สำหรับซาราห์แล้ว   อาการป่วยของเธอทรุดลงรวดเร็วยิ่งกว่าอะโดนิรามอีก    แม้ว่าจะเดินทางเรือไปรับอากาศดี    เมื่อถึงกัลกัตตา  อินเดีย  ก็เช่าบ้านริมทะเลอยู่   แต่ความร้อนของอากาศทำให้สุขภาพของทั้งเธอและลูกไม่ดีขึ้นกลับเลวร้ายลง   และเฮนรี่ ลูกชายอายุ 1 ขวบ 7 เดือนก็เสียชีวิตก่อนที่จะกลับมายังพม่า

ครอบครัวจัดสันได้มีโอกาสเดินทางไปพอร์ท หลุยส์  เป็นเมืองที่อยู่ทางตะวันตกของมหาสมุทรอินเดีย    ครั้งนี้กัปตันชาวสก๊อตแลนด์พาไป   โดยไม่ยอมรับเงินค่าโดยสาร  เขามีความสุขมากที่จะช่วยให้ครอบครัวนี้ ได้มีสุขภาพดีขึ้น   แม้การเดินทางจะน่ากลัว แต่ทุกคนก็ปลอดภัย

กลับมาไม่นาน ก็ได้ลูกชายอีกคน  จึงตั้งชื่อตามเฮนรี่ที่เสียชีวิตไป   ช่วงเวลานั้น อะโดนิรามไม่มีเสียงที่จะเทศนาได้  ปอดของเขาไม่แข็งแรง  และมีปัญหามาก

อาการป่วยของซาราห์  ขึ้น ๆ ลง ๆ   ดีขึ้นไม่นาน แล้วกลับป่วยอีก ทำให้ต้องตัดสินใจกลับอเมริกา  แม้ว่าอะโดนิรามยังไม่พร้อมที่จะกลับไป แต่เขาก็เดินทางไปกับซาราห์ และลูกอีกสามคน   ส่วนสามคนเล็กนั้น มีเพื่อนผู้รับใช้ที่พม่าคอยดูแลให้

บรรยากาศเกาะเซนต์เฮเลนา สมัยที่เป็นของบริษัทบริติชอินเดีย    ภาพจาก http://en.wikipedia.org

 

เมื่อถึงเซนต์เฮเลนา เกาะเล็ก ๆ กลางมหาสมุทรแอนแลนติคใต้ ทางตะวันตกของอัฟริกา    อาการของซาราห์ทรุดลง  สามวันต่อมา ขณะที่อะโดนิรามกำลังนั่งเฝ้าซาราห์อยู่   เขาพอจะรู้สึกได้ว่า ชีวิตของซาราห์นั้น จะอยู่อีกไม่นาน  เธอคงไม่ได้เดินทางต่อไปจนถึงอเมริกา เหตุการณ์คืนนั้นเป็นอย่างไร คงต้องขออนุญาตอ่านสิ่งที่อะโดนิรามได้บันทึกไว้

…ผมเอาลูกทัั้งสามเข้านอน  แล้วกลับมาหาซาราห์อีกครั้ง   ผมอยากให้เธอรู้ตัวจึงถามว่า “ซาราห์ คุณยังรักองค์พระผู้ช่วยไหม?”   “แน่นอน” เธอตอบ “ฉันรักพระองค์เสมอ”

“แล้วคุณยังรักผมอยู่หรือเปล่า?”
“แน่นอนค่ะ”   แล้วเธอก็เอ่ยเบา ๆ ว่า  “ถ้าอย่างนั้น จูบผมทีหนึ่งนะ”  แล้วเราก็จูบกันเพื่อบอกรักเป็นครั้งสุดท้าย

เวลาผ่านไปอีกชั่วโมง  ซาราห์ก็หยุดหายใจ

ผมนิ่ง วิญญาณจิตตามเธอไปสู่เบื้องบน   คิดถึงหลายสิ่งหลายอย่างที่เธอจะได้เห็น  แล้วผมก็ปิดตาของเธอ แต่งตัวให้ใหม่   หลังจากนั้น ผมก็หลับเป็นตาย เพราะไม่ได้นอนมาหลายคืน

เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบลูกทั้งสามยืนร้องไห้อยู่ข้าง ๆ  แม่ ที่ไม่ได้ยินเสียงของพวกเขาอีกแล้ว…..

 

เธอสิ้นชีวิตโดยมีอะโดนิรามเฝ้าอยู่ตลอดเวลา

เขาฝังเธอไว้ที่เกาะนั้น     เย็นวันนั้นเอง ก็เดินทางต่อไปพร้อมกับลูกจนถึงอเมริกา  ลองคิดดูว่า ลูกเล็ก ๆ ที่ต้องเสียแม่ไประหว่างทางเช่นนี้ จะว้าเหว่เพียงไร

 

 

ปิดการแสดงความคิดเห็น.