Bubee Homepage

มีหูแต่ไม่ฟัง ๑๖-๒

2 พงศ์กษัตริย์  16:5-6    อิสยาห์ 7

ในระหว่างที่ราชาอาหัส ครองยูดาห์อยู่นั้น    อิสยาห์เป็นผู้กล่าวคำของพระเจ้าซึ่งจะมาคอยบอก เตือน ทูลให้พระราชาทรงทำสิ่งที่ถูกต้องตามน้ำพระทัยของพระเจ้า…. เขามีหน้าที่จากพระเจ้า เพื่อบอกกล่าวคำของพระองค์ทั้งแก่กษัตริย์และประชาชนทั่วไป

แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ราชาเปคาห์แห่งอิสราเอลทางเหนือ ร่วมมือกับราชาเรซีนแห่งซีเรีย ยกทัพลงมาตียูดาห์

ทั้งสองเคยเป็นศัตรูกัน  แต่มาตอนนี้ กลับร่วมมือกันเพื่อจัดการศัตรู… ทัพซีเรียและอิสราเอล มาล้อมเมืองเยรูซาเล็มไว้  แต่ก็ยึดไม่ได้…

ดังนั้น พวกเขายกทัพไปจนสุดทางใต้… และยึดเมืองเอลัท ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญมาตั้งแต่สมัยราชาซาโลมอน  คืนไปให้ซีเรีย     โดยขับไล่คนยิวออกไป  นำคนซีเรียมาตั้งถิ่นฐานอีกครั้ง
นับเป็นสงครามเบ็ดเสร็จที่ไม่ยากเย็นนัก   แต่การทำเช่นนี้ทำให้ยูดาห์ยุ่งยาก  เพราะเอลัทเป็นเมืองท่าสำหรับค้าขายทางทะเลกับแผ่นดินใกล้เคียง

นับเป็นความสำเร็จที่ทำให้ราชาอาหัสตกใจไม่น้อย   เสียเมืองท่าไปแล้ว  ต่อไปจะอะไร  แล้วยังไม่เลิกราที่จะตีเอาเมืองโน้นเมืองนี้

ในช่วงเวลานั้นเอง อิสยาห์ได้มาทูลต่อราชาอาหัสว่า “ พระราชาอาหัส … พระเจ้าทรงใช้ข้าพระบาทมาทูลว่า ไม่ต้องทรงกลัวดุ้นฟืนที่ใกล้จะมอดดับสองดุ้นนี้” …. พระเจ้าทรงเรียกราชาที่มาบุกว่า ดุ้นฟืนที่ใกล้จะมอด!!   แสดงว่า ไม่นานคงหมดสมัยของกษัตริย์ทั้งสอง

“ราชาเรซีนแห่งซีเรียกริ้วพระองค์มาก  และพยายามจะตีเมืองเยรูซาเล็ม   และวางแผนให้คนอื่นมาเป็นพระราชาของเมืองนี้”   เมื่อราชาอาหัสทรงได้ยินก็ยิ่งตกพระทัย

“แต่มันจะไม่สำเร็จ  มันจะไม่เกิดขึ้น…”  อิสยาห์รับรองมั่นคง

แทนที่ราชาอาหัสจะปรึกษากันต่อไปว่า จะทำอย่างไร   แทนที่จะทูลถามพระเจ้า

พระองค์กลับทรงทำสิ่งที่ตรงกันข้าม  นั่นคือ รีบไปหาพันธมิตรทันที….

อิสยาห์อ่อนใจเหลือเกินกับสิ่งที่เกิดขึ้น

และคนที่ราชาอาหัสไปหานั้น  ก็ไม่ได้เชื่อพระเจ้า เป็นคนที่เชื่อรูปปั้น….

เอ… พระราชาทรงเลือกที่จะไปหาใครนะ?

 

ปิดการแสดงความคิดเห็น.