Bubee Homepage

ขออะไรกันนี่? ๒-๓

ต่อจากเมื่อวาน

1 พงศ์กษัตริย์  2:13-17

ต่อมา…. อาโดนิยาห์คิดแผนอย่างหนึ่งขึ้นมาได้  จึงขอเข้าเฝ้าพระนางบัทเชบา พระมารดาของซาโลมอน

จำได้ไหมว่า …. คนที่ขัดขวางไม่ให้อาโดนียาห์เป็นกษัตริย์คราวนั้น ก็คือ พระนางบัทเชบาและท่านนาธัน   อาโดนียาห์รู้ดี  ครั้งนี้ เขาต้องการอะไร  ต้องการแก้แค้นพระนางหรือเปล่า  ดังนั้น พระนางจึงทรงถามว่า

ภาพจาก www.freegroups.net

“เจ้ามาอย่างสันติใช่ไหม?”

“อย่างสันติพะยะค่ะ”  อาโดนียาห์ตอบ   ”กระหม่อมมีเรื่องที่จะทูลพระนาง….พะยะค่ะ”

“เจ้าก็ว่ามาซิ ”   พระนางคงคาดไม่ถึงว่า อาโดนียาห์จะกล้าพูด….

 

“พระนางทรงรู้ว่า  ราชอาณาจักรเป็นของกระหม่อม   คนอิสราเอลทั้งปวงคิดว่า กระหม่อมจะเป็นกษัตริย์”

... เอ๊ะ  … นี่เขาเรียกว่า มาอย่างสันติหรือ? … พระนางบัทเชบาทรงคิด…..พูดได้อย่างไรว่า คนอิสราเอลทั้งปวงคาดหวังให้เขาเป็นกษัตริย์   แค่วันที่ลูกชายเราได้รับการแต่งตั้ง  ทุกคนก็หนีกระเจิดกระเจิง   …. แต่ยังทรงนิ่งฟังต่อไป

“แต่แล้ว ราชอาณาจักรอิสราเอล กลับกลายเป็นของซาโลมอน  น้องชายของกระหม่อม  เพราะว่า พระเจ้าประทานให้เธอ    คือที่เข้ามา เพื่อกราบทูลขออย่างหนึ่งพะยะค่ะ   และพระนางอย่าได้ปฏิเสธกระหม่อมเลย”   อาโดนิยาห์มีเสียงนุ่มนวล  น่าให้สิ่งที่จะขอ

“เจ้าว่ามาซิ”

“ขอพระนามโปรดทูลพระราชาซาโลมอน  ขออาบีชาก หญิงสาวชาวชูเนมให้เป็นชายาของกระหม่อม”    แม้ว่าอาบีชาก เป็นหญิงสาวผู้งดงาม คนสุดท้ายที่ได้เข้าเฝ้าพระราชาเพียงได้ปรนนิบัติ ดูแลพระราชา  ไม่ได้เป็นสนมแต่อย่างใด

ตอนนี้  ฐานะของเธอเปรียบเสมือนแม่ม่ายของพระราชาดาวิด  เช่นเดียวกับพระนางบัทเชบา

การที่อาโดนียาห์เข้ามาทูลเช่นนี้

เขาขอในสิ่งที่มีความหมายมาก...  เหมือนกับว่า กำลังมาขอราชอาณาจักรของดาวิดให้กับตัวเอง

แต่พระนางบัทเชบาไม่ทรงมีความเห็นใด ๆ ตอบโต้เขา

“ดีแล้ว  เราจะทูลพระราชาแทนเจ้าแล้วกัน”  พระนางบัทเชบาทรงตอบ

 

อ่านต่อพรุ่งนี้

 

 

ปิดการแสดงความคิดเห็น.