Bubee Homepage

เมตตาผิดคน ๒๐-๕

ต่อจากเมื่อวาน

ความเดิม   ก่อนถึงฤดูแล้งปีถัดไป  ทั้งซีเรียและอิสราเอล ต่างก็เตรียมกำลังอย่างแข็งขัน  แต่..เมื่อถึงเวลา พบกันที่อาเฟก  ปรากฏว่า ทัพอิสราเอลเล็กเหมือนแพะฝูงเล็ก ๆ  แต่พระเจ้าทรงสัญญาว่า จะให้ซีเรียได้เห็นว่า พระองค์ไม่ใช่เจ้าแห่งขุนเขาที่พวกเขาคิด  ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น

1 พงศ์กษัตริย์ 20: 29-34

กองทัพทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน  ฝ่ายหนึ่งมีจำนวนพลมหาศาล  อีกฝ่ายมีทหารกระหยิบมือ  6  วันที่พวกเขาไม่ได้สู้รบ  วันที่ 7 พวกเขาจึงบุกเข้าประจัญบาน

แต่พอเอาเข้าจริง…. เริ่มรบ

เสียงคน  ม้า  รถรบ  ดังสนั่นอยู่ในที่ราบนอกเมืองอาเฟก…… ลองคิดดูว่า มันโกลาหลขนาดไหน  ….

ทหารอิสราเอลกลับสังหารทหารราบซีเรียในวันเดียวนั้นถึง 100,000  คน!  มากมายอะไรเช่นนั้น

เรื่องที่เป็นไปไม่ได้  ก็เป็นไปแล้ว  เพราะพระเจ้าตรัสว่า  จะมอบทหารซีเรียไว้ในมือของอิสราเอล  ก็เป็นดังนั้น

สงครามครั้งที่สองของอิสราเอลและซีเรีย(หรืออาราเมียน)

ภาพแกะโดย กุสตาฟ ดอเร่ (1832-1883)

ไม่ได้หมายความว่า ทหารอิสราเอล หรือราชาอาหับเป็นคนดี  แต่ ถ้าพระเจ้าสัญญาอย่างไร  พระองค์จะทรงทำอย่างนั้น พระองค์ทรงประสงค์ที่จะให้พวกเขาตระหนัก  รับรู้ว่า พระองค์คือพระเจ้าเที่ยงแท้

 

มีพวกหนึ่งหนึเข้าไปในเมืองอาเฟก

แครก   แครก   โครม   โครม   โอ้ย ……

ทหารที่หนีเข้าไปในเมือง  ถูกกำแพงล้มทับตายอีก 27,000 คน !

 

ราชาเบนฮาดัดเห็นดังนั้น ก็รีบหนีด่วน โดยตามเข้าไปในเมือง แต่เข้าไปในส่วนลึก   เข้าไปในห้องชันในแห่งหนึ่งของเมือง….

” ฝ่าบาทพะยะค่ะ    จริง ๆ แล้ว  ราชาอาหับทรงมีพระทัยเมตตา  เราน่าจะทำอะไรบางอย่างเพื่อรอดไปได้”

“เจ้าจะให้เราทำอะไรล่ะ ?”

“เอาอย่างนี้ ให้เราเอาผ้ากระสอบคาดเอว  แล้วเอาเชือกพันศีรษะของเรา ไปเฝ้าพระองค์  บางทีพระองค์อาจไว้ชีวิตฝ่าบาทพะยะค่ะ”

ดังนั้น ราชาเบนฮาดัดจึงสวมเสื้อกระสอบ แล้วเอาเชือกพันศีรษะ  ซึ่งมีความหมายว่า ยอมจำนน  จะลงโทษอย่างไรก็ได้

“ได้โปรด  ขอให้กระหม่อมรอดชีวิตด้วย”   ราชาเบนฮาดัดทูล

“อ้อ  ท่านยังชีวิตอยู่หรือ  ท่านน่ะ  เป็นน้องของเรานะ  ไม่รู้หรือ?”   ราชาอาหับทรงตอบ

คนที่ไปกับราชาเบนฮาดัดจึงรีบตอบกันเป็นเสียงเดียวกันว่า

“ใช่แล้วพะยะค่ะ  เบนฮาดัด  พระอนุชาของพระองค์”

ราชาอาหับจึงตรัสว่า ” ไป  ไปนำท่านมาหาเราใกล้  ๆ  ”

เมื่อเบนฮาดัดมาเฝ้าใกล้ ๆ   ราชา อาหับทรงชวนขึ้นรถรบไปด้วยกัน

ได้ที    เบนฮาดัดรีบทูลว่า

“หัวเมืองซึ่งพระราชบิดาของกระหม่อมได้ยึดไปจากพระราชบิดาของพระองค์   จะคืนให้พระองค์หมด”

ราชาอาหับทรงยิ้ม “ดี… อย่างนั้นดีมาก”

“พระองค์จะทรงสร้างถนนไปยังดามัสกัส  เมืองหลวงของเรา อย่างที่พระราชบิดาของกระหม่อมเคยสร้างถนนไปยังสะมาเรีย”

ราชาอาหับจึงตรัสว่า

“เราจะยอมทำสัญญาตามข้อตกลงนี้ ”  แล้วราชาอาหับ ก็ปล่อยกษัตริย์ที่เป็นศัตรูไปง่าย ๆ

 

อ่านต่อพรุ่งนี้

ปิดการแสดงความคิดเห็น.