Bubee Homepage

คำสาปที่เป็นจริง ๖-๕

2 พงศ์กษัตริย์ 6:24-33,เฉลยธรรมบัญญัติ  28:47,52-53

หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ซีเรียเข้าไปเมืองสะมาเรียอย่างไม่คาดฝัน  เพราะทหารทุกคนต่างพากันมองอะไรไม่เห็น  และต้องตามเอลีชาไป…. ซีเรียก็ไม่ได้มาปล้นอิสราเอลอีกนาน

อยู่มา  เบนฮาดัด พระราชาแห่งซีเรียกลับจัดกองทัพเข้าไปล้อมสะมาเรียอีกครั้ง

โดยคิดว่า จะเอาให้อยู่   กองทัพจึงล้อมเมืองไว้นานมาก

คนจะเข้าเมืองก็เข้าไม่ได้

จะออกนอกเมืองมาทำไร่ทำนา  ก็ทำไม่ได้

จนกระทั่ง กลายเป็นการขาดแคลนอาหารอย่างหนักยิ่งในสะมาเรีย

อาหารแพงมาก  คนจนไม่สามารถซื้ออะไรได้เลย  หัวลานั้นมีค่าเท่ากับ  80 เชเขล ซึ่งเท่ากับค่าแรงงาน 40เดือน!!!

ส่วนถั่วป่าแค่ไม่ถึงครึ่งลิตรดี 5 เชเขล  เป็นราคาเท่ากับค่าแรง 2 เดือนครึ่ง!

 

พระราชาเองเมื่อทรงตรวจเมือง  ทรงไปดูทัพซีเรียที่กำแพงเมือง ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งมาร้องเรียนว่า

“ข้าแต่พระราชา  เจ้านายของหม่อมฉัน  โปรดช่วยหม่อมฉันด้วยเถิด”

พระราชาทรงหันมา  แทนที่จะสงสารเธอ  กลับตอบว่า

“หากพระเจ้าไม่ทรงช่วยเจ้า  เราจะช่วยเจ้าได้อย่างไร  จากลานนวดข้าวรึ?   จากบ่อย่ำองุ่นรึ?”    เป็นคำตอบที่ทำให้คนฟังหมดศรัทธาได้เลย…

แต่แล้วก็ทรงถามนางว่า

“เจ้ามีเรื่องอะไรหรือ?”

“หญิงคนนี้”   เธอชี้ไปที่ผู้หญิงข้าง ๆ ตัวเธอ  ”บอกหม่อมฉันว่า   วันนี้เอาลูกชายเจ้ามากิน  แล้วพรุ่งนี้ เราจะกินลูกชายของฉัน   ดังนั้น เราจึงฆ่าเด็กและเอาเนื้อลูกชายของหม่อมฉันกิน   วันต่อมา หม่อมฉันบอกให้เธอฆ่าลูกของเธอ จะได้เอามากิน  แต่เธอกลับซ่อนลูกไว้”

อะไรกันนี่?…. …. คนเริ่มกินลูกของตัวเอง…. น่ากลัวจริง โหดร้าย   และดูซิ  กะจะกินวันละคน   แม่เหล่านี้เป็นอะไรกันไปแล้ว?

สิ่งที่เกิดขึ้น น่าจะเกิดกับหลายครอบครัว  เพราะดูพระราชาไม่ตกใจ

เอ๊ะ … พระราชากินเนื้อคนเข้าไปด้วยหรือเปล่า ?

พวกเขารู้ไหมว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะอะไร?

นานมาแล้ว พระเจ้าเคยทรงบัญชาพร และคำแช่งสาปไว้  ถ้าพวกเขาเชื่อฟังพระเจ้า ก็จะเจริญรุ่งเรื่อง  แต่หากเขาไม่เชื่อฟัง  พวกเขาไว้   คำนั้นมีว่า

“เพราะท่านไม่ได้ปรนนิบัติพระเจ้าของท่านด้วยความร่าเริงยินดี เนื่องจากมีทรัพย์สิ่งของบริบูรณ์  … ท่านจึงต้องรับใช้ศัตรูของท่าน….เขาจะล้อมท่านไว้จนกำแพงสูงที่ท่านวางใจ  จะพังทลายลง… ท่านจะกินพงศ์พันธุ์แห่งร่างกายของท่านเป็นอาหาร คือเนื้อบุตรชายและบุตรหญิงของท่าน…. “

พระราชาแห่งอิสราเอล ทรงคิดไปคิดมา เห็นว่า นี่เป็นความผิดของเอลีชา   พระองค์ทรงฉีกฉลองพระองค์ขณะที่ดำเนินบนกำแพงเมือง คนทุกคนก็เห็น  พวกเขาไม่มีแรงจะคิดอะไร เพราะต่างก็ผอมโซ ไม่มีแรง   เขาได้ยินพระราชาตรัสว่า

“ขอพระเจ้าทรงจัดการกับเราอย่างหนักที่สุด  หากวันนี้ หัวของเอลีชายังไม่หลุดจากบ่า!”

แล้วพระราชาทรงใช้คนไปตามตัวเขามา

“ไป  เจ้าไปตามเอลีชามาหาข้า …. ทำไมช่วยได้ แต่ไม่ช่วยพวกเราเลย”  พระราชาทรงรู้ดีว่า หากเอลีชาจะทำอะไรสักอย่าง  ป่านนี้ก็ไม่ต้องถึงขนาดกินลูกกินหลานของตัวเอง

ขณะนั้นเอง  เอลีชากำลังนั่งสนทนากับผู้ใหญ่ที่มาเยี่ยมบ้าน   เขารู้แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นทั้ง ๆ ที่ผู้สื่อสารยังอยู่กลางทาง

“ท่านเห็นไหมว่า ฆาตกรส่งคนมาตัดหัวเราแล้ว… ถ้าเขามาถึง ขอให้ปิดประตูไล่เขาไป  …. เอ๊ะ  นั่นไม่ใช่ฝีเท้าของผู้สั่งการรึ?”  เอลีชารู้ว่า พระราชาทรงตามมาด้วย   และยังไม่ทันขาดคำ  พระราชาและผู้สื่อสารก็มาอยู่ต่อหน้าเอลีชาแล้ว

“ความเดือดร้อนทั้งหมดนี้มาจากพระเจ้า”  พระราชาตรัสเสียงดังด้วยความโกรธ

“เจ้าจะให้เรารอคอยพระเจ้าต่อไปรึ?”  พระราชาทรงถามเอลีชา

ดังนั้นเอลีชาก็ตอบพระราชาว่า

“พรุ่งนี้ เวลาประมาณนี้ ที่ประตูเมืองสะมาเรีย  แป้งหนึ่งถังจะชายเพียง 1 เชเขล  ข้าวบารลีสองถัง ขายแค่ 1 เชเขล  (แค่ค่าแรง 2 เดือน)”   สิ่งที่เอลีชาพูดนั้น ดูเป็นไปไม่ได้  ก็วันนี้ แค่ถั่วป่า ราคายังปาเข้าไปครึ่งลิตรต่อ 5 เชเขล (ค่าแรงสองเดือนครึ่ง)

“โธ่  ต่อให้พระเจ้าเปิดฟ้าสวรรค์มาให้เรา  มันจะเป็นไปได้หรือนี่?”  ทหารคนสนิทของพระราชาไม่เชื่อ

“เจ้าจะได้เห็นกับตา  แต่เจ้าจะไม่มีโอกาสได้กินอะไรเลย”   เอลีชาตอบ  ….

เขาได้ยินดังนั้น ก็เสียววาบไปทั้งสันหลัง!

 

 

 

ปิดการแสดงความคิดเห็น.