Bubee Homepage

ผู้ทำสงครามแทน ๑๙-๔

2 พงศ์กษัตริย์ 19:29-37

เมื่อพระเจ้าได้ตรัสถึงราชาอัสซีเรียจบ   พระองค์ก็ตรัสโดยตรงต่อเฮเซคียาห์

“เฮเซคียาห์เอ๋ย    นี่จะเป็นหมายสำคัญแก่เจ้า  ฟังดี ๆ…..

ปีนี้  เจ้าจะได้กินพืชผลที่มันเกิดขึ้น  งอกขึ้นเอง

ปีที่สอง เจ้าก็ยังจะได้กินผลที่ยังคงออกผลต่อจากปีแรก

แต่ปีที่สาม  เจ้าจะต้องให้ประชาชนหว่าน และเก็บเกี่ยว  ทำสวนองุ่น ทำไร่ไถนา เข้าใจใหม?
ประชากรที่เหลืออยู่เพียงหยิบมือนี้  จะต้องหยั่งรากเกิดผลในแผ่นดิน
ขอให้เจ้ารู้ไว้ว่า จะมีคนรอดมาจากเยรูซาเล็มพวกหนึ่ง และอีกพวกมาจากภูเขาศิโยน

เจ้ามั่นใจได้เพราะว่า พระเจ้าของเจ้าทรงกระตือรือร้นที่จะทำการเหล่านี้ให้สำเร็จ “

พระเจ้าทรงเป็นกษัตริย์แท้จริงของยูดาห์   ดูซิ  ราชาเฮเซคียาห์แค่มารับฟังว่า จะเกิดอะไรขึ้น และต้องทำอะไรต่อไป

“สำหรับเรื่องของราชาอัสซีเรียนั้น ขอย้ำว่า เขาจะไม่มีโอกาสเข้ามาในเมืองนี้ ไม่มีโอกาสยิงธนูในเมืองนี้  ไม่มีโอกาสแม้จะมาถือโล่หน้าเมือง  ไม่ต้องคิดเรื่องว่าจะมาล้อมเมืองเลย  อัสซีเรียจะไม่ได้เข้ามาในเมืองอย่างแน่นอน   เขามาทางไหนต้องกลับไปทางนั้น  “

ราชาเฮเซคียาห์ก้มลงกราบนมัสการพระเจ้า

“เราเป็นพระเจ้า  เราจะปกป้อง  และช่วยเยรูซาเล็ม เพื่อเห็นแก่เราและดาวิด ผู้รับใช้ของเรา”

ไม่มีคำไหนที่ยอดไปกว่าคำสัญญานี้แล้ว  ราชาเฮเซคียาห์ทรงตระหนักแล้วว่า  พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ และพระองค์ทรงเป็นเจ้าของอิสราเอล  ทรงอยู่เหนือความโอหังของศัตรู

ทูตของพระเจ้าทำลายล้างทหารแห่งกองทัพอัสซีเรีย

ภาพเขียนโดย กุสตาฟ ดอเร่ ((1832-1883)  ชาวฝรั่งเศส

คืนนั้นเอง  ทูตของพระเจ้าก็ออกไปในค่ายของคนอัสซีเรีย   และสังหารทหารทั้งหลายที่กำลังคึกคะนองพร้อมจะยกมาตีกรุงเยรูซาเล็ม

เช้ามาวันนั้น

“อะไรกันนี่ ทำไมตายกันเกลื่อนกลาดเช่นนี้  รีบไปทูลพระราชาเร็ว”  แม่ทัพสั่ง  “เจ้าทั้งหลายจับศพเหล่านี้กองไว้ ดูด้วยว่า ยังมีใครรอดชีวิตอยู่บ้าง”  พวกคนที่ยังมีชีวิตอยู่รีบทำตามคำสั่งทันที

คืนนั้น มีทหารตายไป 185,000 นาย  ไม่น้อยเลย  เป็นจำนวนมหาศาล ….

เซนนาเคอริบ ราชาแห่งอัสซีเรียสั่งถอนทหารทันที

“กลับ  เรากลับไปก่อน …. “  ทหารทั้งหลายโล่งใจ  เพราะพวกเขารู้แล้วว่า พระเจ้าของอิสราเอลคือผู้ใด

“พระเจ้าของอิสราเอลเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้  ใหญ่กว่าพวกเรา  ไม่เหมือนพระอื่น ๆ ที่เป็นเทวรูปที่คนทั้งหลายกราบไหว้  พระองค์ทรงน่ากลัวมาก โอย… ขอบคุณที่ทรงไว้ชีวิตข้า”   พวกทหารที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างพากันคุยกันถึงพระเจ้าแห่งอิสราเอลองค์นี้   มีหลายคนที่หันกลับมานมัสการพระเจ้าเที่ยงแท้….

แต่เซนนาเคอริบยังไม่ตระหนักว่า พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่สูงสุด

วันหนึ่ง ขณะที่กำลังทำพิธีกราบไหว้บูชาเทวรูปนิสรอคในวิหารเมืองนีนะเวห์อยู่นั้นเอง

“ฉึก!!”  แล้วพระองค์ก็ทรงล้มลง

คนที่มาลอบปลงพระชนม์นั้น คือโอรสของเซนนาเคอริบเอง…

ทุกอย่างเป็นไปตามที่พระเจ้าตรัสไว้ล่วงหน้าว่า  “เขาจะล้มลงตายด้วยดาบในแผ่นดินของเขาเอง”

 

ปิดการแสดงความคิดเห็น.