Bubee Homepage

สามกษัตริย์ ๓-๒

ความเดิม

ราชาเยโฮรัมขึ้นครองอิสราเอลไม่นาน  ราชาแห่งโมอับซึ่งเป็นเมืองขึ้นก็กบฎ  จะทำอย่างไร

2 พงศ์กษัตริย์ 3:6-12

ถ้าจะไปตีโมอับคนเดียว คงไม่ไหว  เราต้องหาพันธมิตร... ราชาเยโฮรัมทรงตรอง

ดังนั้น จึงส่งสารไปหาราชาเยโฮชาฟัท

“เนื่องจากราชาแห่งโมอับได้กบฎต่อข้าพเจ้า    ท่านจะช่วยไปรบกับโมอับพร้อมกับข้าพเจ้าได้หรือไม่”

คงตอบปฏิเสธไม่ได้เพราะทั้งสองฝ่ายก็เป็นพันธมิตรกันมาตั้งแต่สมัยราชบิดาของเยโฮรัม

“ตกลง  ข้าพเจ้าจะไปด้วย  เราเป็นพวกเดียวกัน  คนของข้าพเจ้าก็เหมือนเป็นของท่าน  ม้าของข้าพเจ้าก็เป็นม้าของท่าน”   เป็นคำตอบที่ฟังแล้วทำให้ราชาเยโฮรัม

มีกำลังใจขึ้นมามาก

ยังไม่พอ  ราชาเยโฮรัมขอให้กษัตริย์แห่งเอโดมเข้ามาช่วย

ดังนั้น จึงมีกษัตริย์สามองค์เดินทางไปรบกับโมอับ  

 

กองทัพอิสราเอล เดินทางจากเหนือข้ามเข้ามาในยูดาห์ ออกไปทางเอโดม

เดินทางไปในถิ่นกินดารเอโดมนั้น

เป็นถิ่นกันดารจริง ๆ

7 วันผ่านไป

“น้ำหมด!”

“ท่านแม่ทัพขอรับ  น้ำไม่มีให้สัตว์  และไม่มีให้ทหารด้วย”

คนที่จะโทษคนอื่น และรีบโวยวายก่อนคือ ราชาเยโฮรัมแห่งอิสราเอล

ดูซิว่า พระองค์ตรัสอย่างไร..

“อะไรกัน… นี่มันอะไร  พระเจ้าทรงนำเราทั้งสามกษัตริย์มาถึงที่นี่  เพื่อจะตกอยู่ในเงื้อมมือของโมอับหรือ?”   กลายเป็นว่า พระเจ้าทรงนำพวกเขามาแพ้.. ทั้ง ๆ ที่ต้นคิดคือตัวราชาเยโฮรัมเอง

แต่ราชาเยโฮชาฟัทไม่ทรงบ่น หรือหาแพะรับบาป

ทรงเรียกคนมา ตรัสถามว่า

“แถวนี้ไม่มีผู้เผยคำของพระเจ้าเลยสักคนหรือ ?  เราจะได้ขอให้เขาทูลถามพระเจ้าให้เรา”  สมัยก่อน  จะทูลอะไรต่อพระเจ้ามักต้องผ่านคนที่พระเจ้าทรงใช้ ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้าพูดเอาเอง   แต่ทุกวันนี้เราสามารถอธิษฐานต่อพระเจ้าได้เลย

นั่นซิ  มีใครบ้างไหมที่จะทูลพระเจ้าให้

คนหนึ่งทูลว่า

“มีพะยะค่ะ  ท่านเอลีชาผู้เป็นบุตรของชาฟัทอยู่แถวนี้   ท่านเคยเป็นผู้ช่วยของท่านเอลียาห์  เคยเทน้ำใส่มือท่านเอลียาห์มาก่อน ”

“ดีจริง   เราจะได้รู้พระดำรัสของพระเจ้าผ่านท่านเอลีชา  ถ้าอย่างนั้น เราควรไปพบท่านกัน”

กษัตริย์ทั้งสามจึงตามหาเอลีชา และในที่สุดก็ได้พบ

แต่… เอลีชาจะร่วมมือหรือเปล่านะซิ

ท่านเอลีชาผู้นี้ก็เหมือน ๆ กับเอลียาห์   ตรงไปตรงมา  ไม่กลัวใคร กล้าบ้าบิ่น….

แม้กษัตริย์มาทั้งสามองค์  เอลีชาก็ไม่เกรงใจเลย

 

อ่านต่อพรุ่งนี้

ปิดการแสดงความคิดเห็น.