Bubee Homepage

อุ้มลูกขึ้นซิ ๔-๔

ความเดิม

เด็กน้อยที่เกิดมาในบ้านของคุณพ่อคุณแม่ชาวชูเนม  เกิดปวดหัวอย่างหนัก  และภายในเช้าวันนั้นเอง เขาก็สิ้นใจ  แม่ของเขาได้วางร่างของเขาไว้ในห้องพักของเอลีชา   และตัวเองก็รีบไปหาเอลีชาที่ภูเขาคารเมล

2 พงศ์กษัตริย์ 4: 28-37

เมื่อแม่ของเด็กชายพบเอลีชา  เธอกล่าวเสียงเครือทั้งน้ำตาว่า

“ดิฉันได้ขอลูกชายจากท่านหรือเจ้าค่ะ?  ดิฉันไม่ได้บอกท่านหรือว่า  โปรดอย่าหลอกลวงดิฉันเลย”

แค่นี้เอง  เอลีชาก็เข้าใจทันที

ต้องมีสิ่งที่ร้ายแรงเกิดขึ้นกับเด็กชาย

หรือว่า เขาตายไปแล้ว?

เอลีชาเรียกเกหะซีทันที

“เร็ว!    คาดเอวของเจ้าเดี๋ยวนี้  และเอาไม้เท้าของเราไปด้วย  ไปที่บ้านของแม่นาง    ถ้าใครทักทายกลางทางก็ไม่ต้องแวะคุยกับเขา  เมื่อถึงเด็กก็ให้เอาไม้เท้าวางบนหน้าของเด็ก”

“ขอรับ ท่าน”

เกหะซี รีบไปทันที ไม่มีรีรอสักนิด  เขารู้ว่า เจ้านายของเขาสั่งอะไร ไม่ต้องเซ้าซี้ถาม…

 

แต่……  แม่ของเด็กไม่พอใจแค่นั้น

“พระเจ้าทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด  และท่านเองมีชีวิตอยู่แน่ฉันใด  ดิฉันจะไม่ไปจากท่าน….”  นี่หมายความว่า  เอลีชาต้องกลับไปที่บ้านของเธอ

ดังนั้น เขาจึงลุกขึ้นตามเธอไป   เขารู้ว่า ไม่มีทางอื่น

ส่วนเกหะซีนั้น ไปล่วงหน้า และทำตามอย่างที่เอลีชาสั่ง    เขาพบร่างเด็กชายน้อย นิ่งอยู่บนเตียง

…เอาล่ะ   หนูเอ๋ย เราจะวางไม้เท้าของเจ้านายบนหน้าหนูนะ   ขอพระเจ้าเมตตา….

เขาพาดไม้เท้าไว้ที่หน้าของเด็ก

แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เขาทำซ้ำอีก    แต่เด็กก็ยังนิ่งอยู่นั่นเอง

ดังนั้น เขาจึงรีบกลับมา… พบเอลีชากลางทาง

“ท่านขอรับ  เด็กยังไม่ตื่นเลย…”

แม่ของเขายังมุ่งมั่น  เธอต้องให้เอลีชาไปแตะต้องลูกชายก่อน

 

เมื่อถึงบ้าน

“ลูกชายอยู่ในห้องของท่านค่ะ” เธอกล่าว     เขาเข้าไปในห้องพักเห็นร่างของเด็กไร้ลมหายใจบนเตียง

เขาไม่ได้ให้แม่ของเด็กเข้ามาในห้อง  แต่ตัวเองได้เข้าไป  ปิดประตู และอธิษฐาน

“พระเจ้าข้า  พระผู้เป็นเจ้า  โปรดคืนชีวิตให้เด็กชายน้อยด้วย ”

จากนั้นเขาขึ้นไปนอนทับเด็ก  ปากทับปาก  ตาทับตา  และมือทับมือ

ขณะนั้น  ขณะที่เอลีชานอนทับเด็ก  เนื้อเย็น ๆ ของเด็กก็เริ่มอุ่นขึ้นมา

แต่… เอลีชาลุกขึ้นมา  เดินไปเดินมา  อธิษฐานต่อพระเจ้าด้วยใจร้อนรน  เขาเชื่อว่า พระเจ้าทรงคืนชีวิตให้เด็กคนนี้ได้  เพราะพระองค์ทรงเป็นแหล่งของชีวิตแท้

แล้วเอลีชาไปนอนทับเด็กอีกครั้ง  เหมือนเดิม….

ทั้ง ๆ ที่หลับตาอยู่  เด็กน้อย…..

“ฮัดเช้ย! ฮัดเช้ย!       ฮัดเช้ย! ฮัดเช้ย! ฮัดเช้ย!

ฮัดเช้ย!   ฮะ  ฮะ   ฮะ   ฮัดเช้ย!

แล้วเขาก็ลืมตาขึ้น

“เกหะซี  เจ้าไปเรียกแม่ของเด็กมาเดี๋ยวนี้”   เอลีชาสั่ง

“ขอรับ”  เกหะซี รีบออกไปเรียกเธอเข้ามา

“แม่นาง   ท่านเอลีชาให้ขึ้นไปพบแน่ะ”

“เจ้าค่ะ  เจ้าค่ะ  ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”

เมื่อเธอขึ้นมา   ก็พบว่าลูกลืมตายิ้มอยู่

“อุ้มลูกของเจ้าขึ้นเถอะนะ”

เธอเข้าไปกราบลงถึงพื้น   … แล้วอุ้มลูกออกไป พลางกระซิบด้วยน้ำตาว่า

“ขอบคุณพระเจ้าค่ะ  ขอบคุณพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่”

 

 

ปิดการแสดงความคิดเห็น.