Bubee Homepage

เริ่มต้นใหม่ ๒๓-๑

2 พงศ์กษัตริย์ 23:1-3

หลังจากที่ราชาโยสิยาห์ทรงได้รับทราบทุกสิ่งที่พระเจ้าตรัสแล้วนั้น   พระองค์ไม่ได้ทรงนิ่งนอนพระทัย ไม่ได้คิดว่า ดีแล้ว ที่พระเจ้าจะไม่ให้เราเห็นความหายนะของเยรูซาเล็ม

แต่พระราชาทรงไตร่ตรองและทรงตัดสินพระทัยว่า จะต้องทำอะไรสักอย่างที่ช่วยให้พระพิโรธของพระเจ้าที่มีต่อทั้งกษัตริย์และประชาชนนั้นบรรเทาลง   แม้พระเจ้าจะไม่ทรงให้สิ่งร้ายเกิดขึ้นในสมัยของพระองค์ แต่… ลูก ๆ หลาน ๆ ก็จะต้องพบเจอสิ่งที่น่ากลัว  อย่ากระนั้นเลย …. เราต้องทำอะไรสักอย่าง

 

ดังนั้น พระราชาจึงทรงรวบรวมทั้งผู้ใหญ่ในยูดาห์ และเยรูซาเล็ม   ทุกคนรวมตัวกันที่พระวิหารของพระเจ้า  ไม่เฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้น  แต่รวมไปถึงประชาชนทั้งแผ่นดินยูดาห์ และชาวเมืองเยรูซาเล็ม   พวกปุโรหิต และผู้กล่าวคำของพระเจ้า  คนทั้งที่มีเกียรติและผู้น้อยทั้งหลาย

พวกเขารู้กันว่า ที่ต้องมารวมตัวกันเช่นนี้  เพราะสิ่งร้ายกำลังจะเกิดขึ้นกับประเทศของตน   และเมื่อพวกเขามาพร้อมหน้ากัน
เขาได้ยินเสียงหนึ่งที่กล่าวขึ้นมา

“ให้ท่านทั้งหลายทุกคนน้อมใจฟังพระคำของพระเจ้า……”   เสียงพึมพัมที่พวกเขากำลังคุยกันนั้น ก็เงียบลงทันที “ท่านจะได้ฟังว่า ในหนังสือพันธสัญญาของพระเจ้าที่ให้กับท่านโมเสสไว้ คราวที่เราออกมาจากอียปต์นั้น กล่าวว่าอะไรบ้าง  ท่านมหาปุโรหิตได้พบหนังสือนี้ในพระวิหารของพระเจ้า   ท่านทั้งหลายไม่ได้ทราบว่า ในนี้มีอะไร โปรดตั้งใจฟัง ”

มีอีกเสียงหนึ่งตามมา

“พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า ………….” พวกเขาหันไปมองที่มาของเสียง   นั่น… นั่น เป็นเสียงของผู้ที่ใหญ่สุดในแผ่นดิน!!… พระราชาโยสิยาห์นั่นเอง  พระองค์ทรงมาอ่านพันธสัญญาของพระเจ้าให้ประชาชนฟัง   พวกเขานิ่งฟังอย่างตั้งใจ

วันนั้นเอง พระราชาทรงยืนอยู่ข้างเสาและได้ทรงทำพันธสัญญาต่อพระเจ้า

ทรงสัญญาว่า จะดำเนินชีวิตตามพระองค์
รักษาพระบัญญัติ  พระโอวาท และกฎเกณฑ์ต่าง  ๆ ของพระองค์ อย่างสุดใจ สุดกำลัง

จะปฏิบัติตามสิ่งที่ได้เขียนในพันธสัญญานี้

และประชาชนเห็นพระราชาทำดังนั้น  จึงต่างเข้าร่วมใจทำตามพันธสัญญาของพระราชาด้วย

เป็นอันว่า คราวนี้ ทั้งกษัตริย์ ผู้ใหญ่ และประชาชน ต่างก็ได้ร่วมมือกันเพื่อเดินตามพระเจ้าอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

 

ปิดการแสดงความคิดเห็น.