Bubee Homepage

ความเจ็บปวดของทามาร์ ๑๓-๒

ต่อจากเมื่อวาน

2 ซามูเอล 13:8-22

ขณะที่อัมโนน ….นอนมองน้องสาวทำอาหาร….  จิตใจของเขาพลุ่งพล่านด้วยความรู้สึกกระหายน้อง ไม่ใช่อาหาร

เมื่อทามาร์นำอาหารมาให้

แทนที่เขาจะกิน

กลับสั่งคนใช้ในห้องว่า “ทุกคน  ออกไป ให้หมด เดี๋ยวนี้  ไปซิ  ไป!”

ไม่มีใครกล้าอยู่สู้หน้าอัมโนน

เขาหันมาบอกทามาร์ว่า “ขอน้องเอาเอาอาหารมาที่ห้องนอน  แล้วป้อนพี่หน่อย”

แต่แล้ว เมื่อทามาร์ทำตามคำสั่ง  เขากลับยึดตัวเธอไว้  เขาไม่ต้องการกินอาหารสักนิด!

“อย่าทำร้ายน้อง  พี่อัมโนน  อย่าบังคับน้อง”  ทามาร์ขอร้อง

“พี่ไม่ควรทำสิ่งที่เลวร้ายเช่นนี้ในอิสราเอล   ประชาชนจะมองพี่น้องคู่นี้อย่างไร  เราจะกลายเป็นคนที่ใคร ๆ เกลียดชัง  พี่ไปขอพ่อ  พ่อก็คงจะให้น้องแต่งงานกับพี่”  ทามาร์ร้องไห้

แต่ เวลานั้น  อัมโนนหน้ามืดตามัว

เขามีกำลังมากกว่า จึงขืนใจทามาร์

และยังไม่ทันห่างไปกี่ชั่วโมง

ความรู้สึกหลงไหลทามาร์  กลับหลายเป็นความเกลียดชัง….

ความชั่วที่เขาทำกับทามาร์   มันไม่ได้ช่วยให้เขารักเธอมากขึ้น  เขาตะโกนว่า

“ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้  แล้วออกไปจากที่นี่  เร็ว  ไปให้พ้น!!”

ทามาร์ตะลึง  !!     ”พี่ไล่น้องอย่างนี้  ก็ร้ายยิ่งกว่าสิ่งที่พี่ทำกับน้อง”

อัมโนนไม่ฟังอะไรเลย  เรียกคนใช้เข้ามา

“ไล่ผู้หญิงคนนี้ออกไปด่วน   แล้วปิดประตูลั่นดาลเสีย!”

ภาพวาดโดย เจมส์ ทิสสอท  (1836-1902)

ทามาร์เจอสิ่งร้าย ๆ   สองอย่างในวันเดียวกันนั้น

เธอฉีกเสื้อผ้าคลุมที่สวยงามออก และโปรยขี้เถ้าบนศีรษะของตัวเอง

เดินออกจากวังไป…

ผู้คนที่เห็น  พอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

เมื่อเธอมาถึงบ้าน พี่ชายเห็นเข้า ถามว่า

“จริงใช่ไหม ที่เจ้าอัมโนนมันข่มเหงน้องสาวของพี่  …. นิ่งเสียนะ  ไม่ต้องร้องไห้ คิดเสียว่า เขาเป็นพี่ชาย อย่าเอาเรื่องนี้มาคิดให้เสียใจไปเลย”

ทามาร์นิ่งอึ้งในสิ่งที่อับซาโลม  พี่ชายแท้ของเธอกล่าว

แต่ทามาร์หารู้ไม่ว่า  อับซาโลมคิดอะไรในใจ   แม้เขาไม่พูด  แต่ใจของเขาเกลียดอัมโนนเข้ากระดูกดำที่อัมโนนทำร้ายทามาร์อย่างเยือกเย็น

ราชาดาวิดรู้ข่าวเข้า  ก็ทรงกริ้วมาก

แต่จะทำอะไรได้เล่า  พระราชาเองเคยทำอะไรเอาไว้  จะสอนลูกอย่างไร

และนี่ก็เป็นสิ่งที่เริ่มทำให้ราชาดาวิดได้เห็นว่า   สิ่งที่พระเจ้าทรงบอกไว้ว่าจะเกิดขึ้น  เพราะความผิดของเขานั้น  มันกำลังเริ่มแล้ว!!

 

ปิดการแสดงความคิดเห็น.