Bubee Homepage

จำนนต่อน้ำพระทัย ๑๕-๕

ต่อจากเมื่อวาน

2 ซามูเอล 15:22

เราสงสัยเหลือเกินว่า พระทัยของดาวิดเป็นอย่างไร   ทรงท้อแท้   ทรงเสียพระทัย   ใจสู้ไม่เหลือ

ถ้าเป็นสมัยก่อน เราพอจะเดาได้ว่า พระราชาจะทรงทำอย่างไร

เหตุใดพระราชาจึงไม่เหมือนก่อน?

ขณะที่พระราชากำลังดำเนินออกจากเมือง  ปุโรหิตและเลวี ช่วยกันหามหีบพันธสัญญาออกมาจากกระโจม  แล้วเมื่อเขาวางหีบลง  แล้วก็ถวายเครื่องบูชา  จนกระทั่งทุกคนออกจากเมืองไป  …  ดูเหมือนเขาตั้งใจจะเอาหีบนั้นไปกับพระราชา

หีบพันธสัญญามีความหมายบ่งถึงการอยู่ด้วยของพระเจ้า  และพระราชามักเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ   เมื่อท่านถวายสรรเสริญนมัสการพระเจ้า    จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง…. ท่านปุโรหิตศาโดกคิดว่า หีบพันธสัญญาจึงควรอยู่กับพระราชา  พวกเขาทำท่าจะนำหีบไปกับพระราชาด้วย ….

ภาพถ่ายจาก  Relief, Auch Cathedral, France: the Ark of the Covenan  โดย  Vassil  ทาง wikimedia

แต่พระราชาตรัสกับปุโรหิต “ท่านศาโดก  ขอท่านเอาหีบนี้กลับไปเมืองเถอะนะ

หากพระเจ้าทรงพอพระทัยเรา  พระองค์จะทรงนำให้เรากลับมาอยู่กับหีบพันธสัญญาและพระนิเวศของพระเจ้า ณ ที่แห่งนี้อีก   แต่หากพระเจ้าไม่ทรงพอพระทัย

ตัวเราก็พร้อมที่จะให้พระเจ้าทรงทำตามน้ำพระทัย”

นี่ไง…. เราเห็นแล้ว พระราชายอมที่จะให้สถานการณ์เลวร้ายนี้  ดี หรือร้ายต่อพระองค์เอง  โดยให้ขึ้นอยู่กับน้ำพระทัยพระเจ้า!

“ท่านศาโดก”  พระราชาตรัสต่อไป  ”ท่านเป็นผู้พยากรณ์ของพระเจ้าไม่ใช่หรือ?  ขอท่านกับท่านอาบียาธาร์  กลับไปในเมืองพร้อมลูกชายของท่านทั้งสองเถอะนะ  เรานะ   จะอยู่ในถิ่นกันดาร รอคอยฟังข่าวจากท่าน”

 

นี่ก็เหมือนพระบัญชา   ศาโดกเข้าใจแล้ว   พระราชาทรงยอมต่อพระเจ้า  ไม่ได้ยอมต่ออับซาโลม

และก็น่าแปลกที่คนส่วนใหญ่ซึ่งไปกับพระราชา เป็นคนต่างชาติเสียด้วย  พวกเขาเป็นมิตรกับพระราชาด้วยความจริงใจ …

ศาโดก  อาบียาธาร์ และลูกชายทั้งสองจึงกลับเข้าเมืองไป    พร้อมกับอัญเชิญหีบพันธสัญญากลับไปที่เดิมด้วย

อ่านต่อพรุ่งนี้

ปิดการแสดงความคิดเห็น.