Bubee Homepage

ป่ากินคน ๑๘-๑

ต่อจากเมื่อวาน

2 ซามูเอล 18: 1- 8

ขณะที่อับซาโลม ตั้งอามาสา  เป็นแม่ทัพแทนโยอาบซึ่งไปกับพระราชา  และกำลังข้ามแม่น้ำจอร์แดนมาพร้อมกับทหารอิสราเอลทั้งประเทศ   พวกเขามาถึงก็ตั้งค่ายที่แผ่นดินกิเลอาด

ส่วนพระราชาดาวิดได้ทรงตั้งนายพัน และนายร้อยให้ควบคุมทัพออกไป  พระราชาทรงทราบดีว่า ควรทำสงครามอย่างไร  ทรงแบ่งออกเป็นสามทัพ ในบังคับบัญชาของโยอาบหลานชาย  อาบีชัยน้องชายโยอาบ และอิททัยชาวกัท

นับเป็นวิธีที่ดีมาก ทุกคนพอใจที่พระราชาทรงทำอย่างนั้น  แต่เมื่อตรัสว่า

“เราจะไปกับท่านด้วย”  เท่านั้นเอง ทุกคนต่างกล่าวว่า “ขออย่าไปกับพวกเรา”

“อย่าเสด็จกับเราเลย”

“ชีวิตของพระราชามีค่ายิ่งนัก  พระองค์เดียวเทียบกับเราหมื่นคน!”

“ถ้าพวกเราหนีไป  เขาก็จะไม่ใส่ใจ  ถ้าพวกเราตายไปครึ่งหนึ่ง เขาก็ไม่สนใจสักนิด” เหล่าทหารต่างเห็นพ้องต้องกัน

“ขอฝ่าพระบาททรงเป็นกองหนุน รออยู่ในเมืองจะดีกว่าพะยะค่ะ”

พระราชาดาวิดทรงรู้ดีว่า สิ่งที่พวกเขากล่าวเป็นความจริง จึงไม่ทรงขัดขืน แต่ทรงฟังความเห็นของพวกเขา

“ถ้าท่านเห็นว่า อย่างนั้นดีกว่า เราก็จะกระทำตามพวกท่าน”  พระราชาตรัส  และจึงทรงไปอยู่ที่ประตูเมือง  คอยทอดพระเนตรเหล่าทหารที่เดินทัพออกไป

แต่พระองค์ไม่ทรงลืมที่จะบัญชาสิ่งสำคัญยิ่ง

พระองค์ทรงกล่าวต่อหน้าทหารมากมายกับโยอับ อาบีชัย และอิททัยว่า

“ขอให้พวกท่านเบามือกับอับซาโลมด้วย  เราไม่ต้องการจับตาย เห็นแก่เราด้วยเถิด” พระราชาทรงขอร้อง  ทั้ง ๆ ที่พระองค์ก็ทรงพอจะเดาล่วงหน้าได้ว่า   จะเกิดอะไรขึ้น

คนฝ่ายพระราชาออกไปสู้รบกับคนอิสราเอลซึ่งเป็นฝ่ายอับซาโลมที่ป่าเอฟราอิม

สงครามที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นเพราะคนเชื้อชาติเดียวกันต้องมาประหัตประหารกันเอง  มีการล้มตายมากมาย  แต่มีบันทึกไว้ว่า ป่ากินคนเสียมากกว่าดาบกิน  นั่นหมายถึงว่า ทหารหนีสงครามเข้าไปในป่าจะเจอสัตว์ร้าย และเจอกับสภาพที่ทำให้พวกเขาต้องตาย อาจเป็นเหวลึก บ่อ  โคลนต่าง ๆ

เสียดายจริง ๆ  ทหารตายไปถึง 20,000  คน

ครอบครัวเป็นหมื่นที่ต้องสูญเสียพ่อ  หรือลูกชายกับสงครามครั้งนี้ !

อ่านต่อพรุ่งนี้

ปิดการแสดงความคิดเห็น.