Bubee Homepage

พระราชาเมืองเฮโบรน ๑๕-๓

ต่อจากเมื่อวาน

2 ซามูเอล 15:13-17

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมืองเฮโบรนนั้น ใช่จะรอดสายพระเนตรของราชาดาวิดไป   เพราะมีคนมาส่งข่าวเสมอว่า เกิดอะไรขึ้น

“ข้าแต่พระราชา  ผู้คนต่างหันไปฝักใฝ่ท่านอับซาโลมกันไปเกือบหมดแล้วพะยะค่ะ”   ผู้สื่อสารทูล

”  ที่เมืองเฮโบรนเกิดเหตุการณ์อย่างนี้พะยะค่ะ……” แล้วเขาก็เล่ารายละเอียดทั้งหมดให้พระราชาดาวิด…

ที่ปรึกษาใกล้ชิดอย่างท่าน    ก็กลับไปสวามิภักดิ์กับอับซาโลม

คนในเยรูซาเล็มกว่า 200 คนก็ไปเข้ากับอับซาโลม  พระราชาดาวิดไม่ทรงทราบว่า ทั้ง 200 คนนั้นไม่ได้รู้เรื่องอะไร  แต่เมื่อเหตุการณ์ประกาศความเป็นพระราชาของอับซาโลมเกิดขึ้น  พวกเขาก็งง  และไม่กล้าที่จะทำอะไร

ตัวพระราชาก็ทรงเข้าวัยชราแล้ว  และตอนนี้ อับซาโลมก็อหังการยิ่งนัก  น้ำกำลังเชี่ยว เอาเรือเข้าไปขวางไม่ดีแน่

ภาพวาดอับซาโลม โดยเจมส์ ทิสสอท (1836-1902)

และสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น  พระเจ้าก็ได้ทรงบอกไว้ล่วงหน้า ครั้งที่พระราชาได้ทำผิดต่อพระเจ้า

พระองค์จำต้องรับผลของความผิดที่ได้ดูหมิ่นพระเกียรติของพระเจ้า

พระทัยของพระราชาไม่กล้าหาญอีกต่อไป   ทำอย่างไรดีล่ะ ทีนี้

“เราคงต้องหนีแล้ว”  พระราชาตรัสกับข้าราชบริพารใกล้ชิด   “หากไม่หนี จะไม่มีใครสักคนรอดพ้นจากอับซาโลมไปได้  เราต้องหนีเร็วด้วย เพราะเขาอาจมารวดเร็วจนเราจะย่อยยับกันไปหมด  ทั้งนครนี้ก็อาจถูกทำลายไปด้วย “  พระราชาเสียงเครือ

“ผู้รับใช้ของฝ่าพระบาท พร้อมที่จะทำทุกอย่างตามที่พระราชาทรงบัญชาพะยะค่ะ”   พวกข้าราชบริพารก็กลัวเหมือนกัน  พวกเขาเห็นด้วยที่จะรีบหนีไป

พระราชาไม่ทรงประสงค์ที่จะทำร้ายอับซาโลมเลย

ดังนั้น พระองค์ และข้าราชบริพาร  และครอบครัว จึงหนีออกจากวัง โดยจัดให้สนม 10 คนคอยดูแลวังไว้

แปลกนะ  ให้ผู้หญิงเฝ้าวัง

พระราชาดาวิดคงจะทรงเชื่อว่า อับซาโลมจะไม่ทำร้ายบรรดาสนมเหล่านั้น   ถ้าทิ้งทหารไว้ อาจเกิดการสู้รบขึ้นได้

พระราชาเดินทางออกไปที่ไหนนะ

ยังมีที่ ๆ จะหลบภัยได้อีกหรือ?

แล้วคนที่ตามพระองค์ไปมีมากน้อยแค่ไหน?

อ่านต่อพรุ่งนี้

 

ปิดการแสดงความคิดเห็น.