Bubee Homepage

หยามแบบนี้ ยอมไม่ได้! ๑๐-๒

ต่อจากเมื่อวาน

2ซามูเอล 10:5-8

กษัตริย์ฮานูน แห่งดินแดนอัมโมน  ได้ทำสิ่งที่หยามพระเกียรติของราชาดาวิดอย่างยิ่ง   การส่งทูตไปเท่ากับว่า  ทูตเป็นตัวแทนของกษัตริย์   เขาทำกับทูตอย่างไร ก็เทียบได้กับว่า ทำกับราชาดาวิดเช่นนั้น!

บุรุษชาวอิสราเอลหรือยิวถือว่า  หนวดเครา เป็นเครื่องแสดงศักดิ์ศรีของความเป็นชาย     ทาสเท่านั้นที่จะไม่มีการไว้หนวดเครา  พวกเขาต้องมีใบหน้าโล้น ๆ เหมือนอย่างชายไทยที่เราเห็นกันเป็นส่วนใหญ่       ในสังคมชาวยิวนั้น ตายยังดีกว่าอยู่แบบไม่มีหนวดเครา

ยิ่งกว่านั้นยังได้ตัดเสื้อผ้าออกตรงกลาง    ทำให้ท่านทูตทุกคนต้องออกจากวังเหมือนคนตัวล่อนจ้อน    ผู้คนเห็นต่างก็หัวเราะเยาะพวกเขา  กว่าจะได้มีอะไรมาปกปิดก็ต้องออกมาพ้นสายตาพวกเขา   เอาเสื้อที่มีอยู่มาปิด  เราไม่รู้เลยว่า พวกเขามัดมือไว้ด้วยหรือเปล่า…

เรื่องราวทั้งหมด ถูกรายงานไปยังราชาดาวิด!

จึงได้รีบส่งผู้สื่อสารไปว่า

…. ท่านทูต…  เราได้ข่าวเรื่องน่าอับอายที่กษัตริย์ฮานูนแห่งอัมโมนทำต่อท่านแล้ว    เราเสียใจกับท่าน  แต่เราก็จะต้องตอบแทนพวกนั้นให้สมกับที่พวกเขาหมิ่นเกียรติเรา   เมื่อเดินทางเข้ามาในเขตอิสราเอลแล้ว  ให้พักอยู่ที่เมืองเยรีโคจนกว่าเคราจะขึ้นเหมือนเดิม  แล้วค่อยกลับมายังกรุงเยรูซาเล็ม  เมื่อมาถึง ขอให้มาพบเราทันที….

กลับไปที่แผ่นดินอัมโมน

“พวกเราทำสิ่งที่เป็นภัยกับตัวเอง”  หนึ่งในขุนนางของกษัตริย์อัมโมนกล่าว

“นั่นนะซิ   เราไม่คิดว่าจะหนักหนาเพียงนี้  ราชาดาวิดต้องพิโรธโกรธเกรี้ยวอย่างมาก”

“เรากำลังยั่วยุราชาดาวิดอย่างรุนแรง   นี่ไม่ใช่เรื่องสนุก ๆ ล้อเลียนกันธรรมดาแล้ว”

“เราจะไปจ้างทหารชาวซีเรียมา”  คนทั่วไปเรียกชาวซีเรีย  แต่สำหรับคนยิวแล้วเรียกคนเหล่านี้ว่าชาวอารัม

“เป็นความคิดที่ดี   เอาจากสี่เมือง มาให้ครบ 33,ooo คน ”

ดังนั้น พวกเขาจึงได้ทหารจากเมืองเบธเรโหบ  โศบาห์   มาอาคาห์  และเมืองโทบ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิสราเอล  มาเท่ากับจำนวนนั้น    การจ้างทหารชาิติอื่นมาช่วยรบเป็นเรื่องธรรมดาในโลกโบราณแถบนี้

การไปจ้างทหารก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำเป็นความลับ  เมื่อเกิดการจ้างขึ้น   จึงกลายเป็นข่าวใหญ่แพร่ไปทั่ว    พอราชาดาวิดทรงทราบเข้า

“เราจะส่งทหารไปสั่งสอนฮานูน”  ราชาดาวิดเรียกโยอาบ ผู้บัญชาการกองทัพมาเฝ้า

“ท่านโยอาบ ขอให้ท่านออกไปทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ  สั่งสอนให้รู้ว่า จะทำชั่วตอบแทนความดีไม่ได้”

“พะยะค่ะ”  โยอาบรับคำ  และจัดทัพเคลื่อนไปทางตะวันออกถึงแผ่นดินอัมโมน…..  โดยมีอาบีชัยน้องชายเป็นรองผู้บัญชาการทหาร   พวกเขานำทหารจำนวนเท่าไร ไม่ได้บันทึกไว้  บอกเพียงว่าเป็นทหารกล้า  ….  พวกเขาทุกคนได้ยินสิ่งที่กษัตริย์แห่งอัมโมนได้หยามคณะทูตและหยามราชาดาวิด  พวกเขาพร้อมที่จะสู้เพื่อศักดิ์ศรีของอิสราเอล!

 

เมื่อไปถึง เมืองของอัมโมน   ปรากฏว่า มีทหารชาวอัมโมนออกมาตั้งรับ เป็นแนวรบทางเข้าประตูเมือง   และทหารชาวอารัมหรือซีเรียตั้งอยู่ที่โล่งนอกเมือง  ….

ทหารอิสราเอลอยู่ตรงกลางพอดี!

โยอาบจะยอมแพ้หรือไม่..?

เขาจะรบอย่างไร ?

 

อ่านต่อพรุ่งนี้

 

 

 

ปิดการแสดงความคิดเห็น.