ข้าแต่พระเจ้า ขออย่าทรงทอดทิ้งฉัน
ข้าแต่พระเจ้าของฉัน ขออย่าทรงอยู่ไกลฉัน”
ถอดความจาก สดุดี 38:21
ถอดความจาก สดุดี 38:21
อิสยาห์ 52:7-12
ดูซิบนภูเขาต่าง ๆ นั้น เท้าของคนที่นำข่าวดีมาก็งามจริง ๆ เขาเป็นคนประกาศสันติสุข นำข่าวดีแห่งความสุข ข่าวดีเรื่องความรอด เขากล่าวแก่ศิโยนว่า “พระเจ้าของเจ้าทรงครอบครอง”
ที่อิสยาห์ชมว่า เท้าของผู้สื่อข่าวดีนั้นงามนัก เป็นเพราะเขามาบอกข่าวชั้นยอด คือสันติสุข ความสุข ความรอด ซึ่งถ้าเราหันมามองในปัจจุบัน เราไม่ค่อยจะเจอข่าวดีเท่าไรเลย …. ข่าวดีนี้ เป็นข่าวดีที่สุดในโลก ที่สุดของทุกยุคสมัย
ภาพถ่ายโดย mcandrea มารีย์ แคล์ร แอนเดรีย
www.marieclaireandrea.com
ได้ยินเสียงของคนยาม พวกเขาร้องออกมา และเขาร้องเพลงแห่งความยินดีพร้อม ๆ กัน เพราะเขาได้เห็นกับตาของตัวเองว่า พระเจ้าทรงกลับมายังศิโยน
มาร้องเพลงกัน เจ้าที่รกร้างแห่งเยรูซาเล็ม
มาเถอะเพราะว่า พระเจ้าได้ทรงปลอบใจคนของพระองค์ พระองค์ทรงไถ่นครเยรูซาเล็ม
ตอนนี้ พวกเขาพากันร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าด้วยกัน เพราะว่า แทนที่จะเป็นเชลยต่อไป บัดนี้พวกเขาจะได้เป็นอิสระแล้ว
พระเจ้าทรงพับแขนเสื้อของพระองค์ ต่อหน้าต่อตาเหล่าประชาชาติ พวกเขาเห็นพระกรอันบริสุทธิ์ของพระองค์ และคนที่อยู่ไกลไปจนสุดปลายแผ่นดินโลก ก็ได้เห็นความรอดของพระเจ้า
ทั้งโลกจะได้เห็นความรอดของพระเจ้า เมื่อพระองค์ทรงพับแขนเสื้อ พวกเขาจะได้เห็นอำนาจอันสูงสุดที่พระองค์ทรงทำได้ทุกอย่าง
ออกไป ออกไปจากที่นั่น อย่าแตะต้องสิ่งที่ไม่สะอาด
ออกมาจากท่ามกลางพวกเขา และชำระตัวให้สะอาด เจ้าผู้ถือภาชนะอันบริสุทธิ์ของพระเจ้า
เพราะว่า เจ้าจะไม่ต้องออกไปอย่างรีบเร่ง
เจ้าจะไม่ต้องหนีออกไป เพราะว่า พระเจ้าจะทรงนำหน้าเจ้าไป และพระเจ้าแห่งอิสราเอลจะระวังหลังให้เจ้าด้วย!
เขาจะตอบรับความรอดของพระเจ้าด้วยการมีชีวิตที่บริสุทธิ์ สะอาดไม่แตะต้องสิ่งสกปรกในชีวิตต่อไป
ถอดความจากมัทธิว 5:17
มีพวกฟาริสี ธรรมาจารย์ มองว่า พระเยซูทรงต่อต้านธรรมบัญญัติของพระเจ้า
พวกเขามักแปลพระธรรมของพระเจ้าเบี่ยงเบน เอาประโยชน์เข้าตัวเอง
พวกเขาทำให้คนที่ยากจน ขัดสน แม่ม่าย ลูกกำพร้าถูกกดขี่มากขึ้นไปอีก
เมื่อพระเยซูมา พระองค์ทรงทำให้พระคำของพระเจ้าชัดเจน
เป็นพระธรรมที่ยุติธรรม ไม่เห็นแก่หน้าผู้ใด
ฟาริสี ธรรมาจารย์จึงไม่ชอบพระเยซู และพูดให้คนเข้าใจพระองค์ไปผิด ๆ
อีกอย่าง พระคำของพระเจ้าจากพระคัมภีร์เดิมมีมากมายที่ต้องมาสำเร็จด้วยพระเยซู
อิสยาห์ 52:1-6
โอ ศิโยนเอ๋ย จงตื่นเถิด ตื่นขึ้นเถอะนะ จงรวบรวมกำลัง
โอ เยรูซาเล็ม นครที่บริสุทธิ์ จงสวมเสื้อผ้าอันงดงามของเจ้า
เพราะว่า ผู้ที่ไม่ได้เข้าสุหนัต และผู้ที่ไม่สะอาด จะไม่มาหาเจ้าอีกต่อไป
พระเจ้าทรงเรียกคนของพระองค์ออกจากอาการเมา ให้สวมเสื้อแ่ห่งศักดิ์ศรี เพราะว่า คนที่เป็นศัตรูจะไม่มาทำลายพวกเขาได้อีกต่อไป
โอ เยรูซาเล็มเอ๋ย จงสลัดฝุ่นผงออกจากตัวเจ้า ลุกขึ้น และก็นั่งลง
โอ ลูกสาวของศิโยนที่เป็นเชลย จงแกะตัวเจ้าออกจากปลอกคอของเจ้า
เพราะพระเจ้าตรัสว่า “เจ้าถูกขายโดยไม่ได้อะไรเลย และเจ้าจะได้รับการไถ่โดยไม่ต้องใช้เงิน”
คนอิสราเอลกลายไปเป็นทาสในต่างประเทศ ทำงานโดยไม่ได้อะไรตอบแทน
เพราะพระเจ้าตรัสด้งนี้ว่า ” ตอนแรก คนของเราได้ลงไปในอียิปต์เพื่อพักอาศัยอยู่ที่นั่น และอัสซีเรียก็ได้กดขี่เขาเปล่า ๆ
“ดังนั้น บัดนี้ สิ่งที่เรามีตรงนี้ ” พระเจ้าทรงประกาศ ” เห็นแล้วว่า คนของเราถูกจับไปเป็นเชลยเปล่า ๆ ผู้ที่ปกครองพวกเขาก็ร้องโหยหวน”
“และพวกเขาหยามเหยียดนามของเราทั้งวันไม่หยุดหย่อน ดังนั้น คนของเราจะรู้จักชื่อของเรา
ดังนั้นในวันนั้น พวกเขาจะรู้ว่า เราเป็นผู้ตรัส และเราก็อยู่ตรงนี้!”
ตราบใดที่อิสราเอลเป็นเชลย คนที่ปกครองพวกเขาก็จะดูหมิ่นเหยียดหยามพวกเขา และพระเจ้าของพวกเขาไม่ล้มเลิก พระเจ้าจึงทรงไถ่พวกเขาเพื่อเห็นแก่พระนามอันบริสุทธิ์ของพระองค์ เพื่อพิสูจน์ว่า พระองค์นั้น ทรงเป็นจริง ทรงซื่อตรงต่อพวกเขา ทรงฤทธิ์อำนาจสูงสุด
ในวันของพระเจ้า เขาจะรู้ว่า พระองค์นี่แหละที่ตรัสว่า เราเป็นซึ่งเราเป็น
ถอดความจาก มัทธิว 5:16
ความสว่างนั้น มีหลายระดับ … สว่างที่มาจากองค์พระผู้เป็นเจ้ายิ่งใหญ่ เจิดจ้ายิ่งกว่าสิ่งใด
แต่พระเจ้าทรงให้เราเป็นแสงสว่างด้วย
สว่างนั้น ต้องมีต้นตอมาจากพระองค์ จึงจะเป็นความสว่างสมบูรณ์แบบ
ไม่มีวันหมด … และประโยชน์ก็มากมายเกินคนเดียวจะเล่าได้
ความดีนั้น ต้องมีต้นตอมาจากพระเยซูคริสต์ จึงจะเป็นความดีสมบูรณ์แบบเช่นกัน
อิสยาห์ 51:17-22
โอเยรูซาเล็ม ตื่นขึ้น ปลุกตัวเอง ยืนขึ้นเถิด เจ้าเมาไปแล้วเพราะสิ่งที่พระเจ้าทรงยื่นให้ด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง ถ้วยแห่งพระพิโรธของพระองค์
เจ้าได้ดื่มจนหยดสุดท้าย เจ้าเดินโซไปเซมา สะเปะสะปะ
ไม่มีใครเลยที่จะพาเจ้าไป แม้จากคนที่เป็นเพื่อน และลูก ๆ ที่เจ้าเกิดพวกเขามา ไม่มีลูกชายคนไหนที่เธอเลี้ยงดู มาจูงมือเธอเลย
อิสราเอลต้องเจอกับพระพิโรธของพระเจ้า พวกเขาต้องตกไปเป็นเชลยโดยไม่มีใครช่่วย แต่พระเจ้าทรงบอกว่า มันจะมีวันจบลง
มีสองอย่างที่เกิดขึ้นกับเจ้า แล้วใครจะปลอบใจเจ้า?
เจ้าถูกทำลายล้าง พินาศ มีทั้งการกันดารอาหาร และดาบสังหาร ใครจะเป็นคนที่ปลอบโยนเจ้า?
สองอย่างคือ พวกเขาถูกทำลายทรัพย์สิน บ้านเรือน เมือง และยังสูญเสียชีวิตคนด้วย
ลูกชายของเจ้าสลบเหมือน พวกเขาล้มลงอยู่หัวถนน
ราวกับละมั่งติดกับตาข่าย
ดื่มความโกรธของพระเจ้าจนล้มลง
ผู้คนไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ต่างหมดแรง ล้มลง ไม่อาจสู้กับศัตรูได้
ฉะนั้น จงฟัง เจ้าคนที่กำลังทรมาน เจ้าเมา แต่ไม่ใช่เพราะเหล้าองุ่น ดังนั้น พระเจ้าของเจ้า องค์พระเจ้า พระเจ้าผู้ปกป้องคนของพระองค์ ตรัสว่า
“ดูเถอะ เราได้เอาถ้วยที่ทำให้เจ้าเดินสะเปะสะปะออกไปจากมือของเจ้า เจ้าจะไม่ต้องดื่มจากถ้วยของความโกรธของเราอีกต่อไป และเราจะเอาถ้วยนั้นใส่ในมือของคนที่กดขี่ทรมานเจ้า คนที่ให้เจ้านอนลงติดดิน เพื่อจะได้เดินย่ำบนตัวเจ้าเหมือนเดินบนถนน”
คำสุดท้ายของพระเจ้านี่น่าสนใจจริง ๆ ….. ความรักของพระเจ้าดำรงเป็นนิตย์….
ถอดความจากเนหะมีย์ 2:17
เนหะมีห์เดินทางจากบาบิโลน กลับมาทางตะวันตกจนถึงนครเยรูซาเล็ม
มันไม่ได้เป็นนครที่มีคนมากมาย มีตลาดร้านค้า มีพระวิหาร มีราชวังอีกต่อไป
แต่กลายเป็นที่มีแต่ซากปรักหักพัง
ไม่มีกำแพงเมืองเหลืออยู่ ไม่มีความรุ่งเรืองให้เห็นสักนิด
เนหะมีห์เห็นเช่นนั้น เขายิ่งเสียใจ แต่เขาตั้งใจว่า จะไม่ให้เมืองเป็นที่ครหา น่าอับอายอีกต่อไป
เขาขอให้พระเจ้าทำงานสำเร็จ
แล้วเขาก็สำรวจทุกอย่างกลางคืน เขารู้ว่า มีศัตรูไม่ต้องการให้เขาทำกำแพงสำเร็จ
คืนแรก ๆ ที่มาถึง อยู่กับการสำรวจและวางแผนว่าจะทำอย่างไร
ในที่สุดก็จัดคน จัดหน้าที่อย่างเรียบร้อย
ทุกคนเริ่มต้นทำงาน น้ำหนึ่งใจเดียวกัน
มุ่งมั่นให้งานสำเร็จ มีคนทำงาน คนเฝ้ายาม คนทำอาหาร ทุกคนร่วมมือกันอย่างเต็มใจ
เนหะมีห์ก็ได้บันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้เราได้อ่าน
เป็นตัวอย่างของเหล่าคนที่มุ่งมั่นไม่ปล่อย…วางใจพระเจ้าจนสุดใจ
อิสยาห์ 51:12-16
เรา เราคือผู้ที่ปลอบใจเจ้า เจ้าเป็นใคร ทำไมเจ้าจึงต้องกลัวมนุษย์ที่ตายได้ กลัวคนที่ถูกสร้างขึ้นมาเหมือน ๆ กับต้นหญ้า
เจ้าลืมพระเจ้าของเจ้า ลืมพระองค์ผู้ทรงสร้างเจ้า
พระเจ้าทรงบอกว่า พระองค์คือผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่ พวกเขาจึงไม่ควรกลัว อย่างไรเสีย มนุษย์เหล่านี้ก็จะตายจากไป
และพระองค์ยังทรงเป็นผู้ปลอบใจเขาด้วย มันน่าแปลกที่พระเจ้าทรงสั่งให้เขาไม่กลัว
ทรราชย์อยู่ต่อหน้าพวกเขา ….
แต่เมื่อไรที่คนกลัวคน ความเกรงกลัวพระเจ้าก็อาจหายไปได้เช่นกัน
พระองค์ผู้ทรงกางท้องฟ้าออก และวางรากฐานแผ่นดินโลก
และเจ้ากลัวความเกรี้ยวกราดของคนที่ข่มเหงเจ้าทุก ๆ วัน เมื่อเขาตั้งต้นที่จะทำลาย
แล้วตอนนี้ ความโกรธของคนที่ข่มเหงเจ้าอยู่ที่ไหน?
คนที่เป็นเหยื่อจะได้รับการปล่อยอย่างรวดเร็ว เขาจะไม่ตาย
ไม่ต้องตกลงไปในบ่อลึก เขาจะไม่ต้องหิวอีก เพราะว่า เราเป็นพระเจ้า พระเจ้าของเจ้า
เราเป็นผู้กวนน้ำทะเลจนคลื่นใหญ่เกิดขึ้น
พระนามของพระองค์คือ พระเจ้าผู้ทรงเป็นจอมทัพ
และเราได้ใส่คำของเราไว้ในปากของเจ้า เจ้าจะรู้ว่าควรจะพูดอย่างไร
เราได้ปกป้องเจ้าไว้ใต้เงามือของเรา
แม้กระทั่งตอนที่เรากางฟ้าสวรรค์ออก
ตอนที่เราวางรากฐานของแผ่นดิน และกล่าวกับศิโยนว่า “เจ้าเป็นคนของเรา”
ถอดความจากเนหะมีย์ 1:3
เนหะมีห์ รับราชการ เป็นผู้เชิญจอกเสวยของพระราชาอารทาเซอร์ซีส
เป็นชาวยิวที่ตกเป็นเชลยของบาบิโลน…
ก่อนหน้านี้ เศรุบบาเบลพาเชลยจากบาบิโลนกลับมาเมื่อปี 538 ก่อนคริสตศักราช
ท่านเอสรา ก็ได้นำพวกที่สองกลับมาสร้างพระวิหารในปี 458 ก่อนคริสตศักราช
แต่ข่าวที่เนหะมีห์ ข้าราชการคนสนิทของพระราชาได้รับคือ
คนที่ไปอยู่นั้นลำบากมาก กำแพงเมืองประตูเมืองเสียหาย
พวกเขาตกอยู่ในอันตรายจริง ๆ ….
เมื่อข่าวร้ายขนาดนี้ เนหะมีห์ไม่ได้อยู่เฉย ท่านกลับที่พัก อธิษฐาน อดอาหาร ร้องไห้ต่อพระเจ้า
ไม่ได้อธิษฐานแค่ชั่วโมงเดียว วันเดียว แต่.. เขาร้องไห้โศกเศร้าอยู่หลายวัน
หลังจากนั้น ก็ไปทำงานตามปกติ แต่หน้าตาของเนหะมีห์ดูเศร้าหมอง
ไม่เบิกบาน สุขุมเหมือนที่พระราชาเคยเห็น
จึงทรงถามสารทุกข์สุกดิบของเนหะมีห์
พระองค์ทรงหนักพระทัยมาก เมื่อได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้น
“เจ้าต้องการจะทำอะไร เนหะมีห์ บอกข้ามาเถิด…”
นี่เป็นคำตรัสที่เปิดโอกาสให้เนหะมีห์ทูลขอกลับไปยังบ้านเมืองเพื่อสร้างกำแพง
และพระราชาก็ทรงอนุญาตเปิดโอกาส เปิดทาง ให้ความสะดวกทุกอย่าง
เหตุใดพระราชาจึงเมตตาเชลยของพระองค์ขนาดนี้?
มหัศจรรย์ !
อิสยาห์ 51:9-11
ข้อความตอนนี้ อิสราเอลเรียกร้องหาพระเจ้า พระองค์ทรงทำการอัศจรรย์ให้กับเขาในอดีต บัดนี้ เขาขอให้มีการอัศจรรย์แบบนั้นด้วย
ตื่นเถิด จงตืนขึ้นเถิด รวบรวมกำลัง โอ พระกรของพระเจ้า
โปรดตื่นขึ้นเมื่อวันในอดีต
เหมือนอย่างที่ทรงทำให้กับคนโบราณ
ไม่ใช่พระองค์หรือที่ทรงฟันราหับเป็นท่อน ๆ?
พระองค์ทรงแทงเจ้ามังกรมิใช่หรือ?
ราหับและมังกร เป็นคำอ้างถึงสิ่งที่ลี้ลับในโลกตะวันออกกลางโบราณ อิสยาห์กำลังบอกว่า พระเจ้าทรงมีชัยเหนือพระ และเทวรูปต่าง ๆ ที่คนเชื่อถือกัน
ไม่ใช่พระองค์หรือที่ทรงทำให้ทะเลแห้งเหือด น้ำทะเลในที่ลึกมาก?
ไม่ใช่พระองค์หรือที่ทรงทำทางในทะเลให้คนที่พระองค์ทรงไถ่นั้นได้เดินผ่านไป?
อิสยาห์บอกเสมอถึงการที่พระเจ้าถางทาง ทำทางให้คนของพระองค์ เพื่อให้พวกเขาเดินไปรับพระพร
คนที่พระเจ้าทรงซื้อไถ่มาแล้วนั้นกลับคืนมา
และกลับมายังศิโยนพร้อมกับร้องเพลงมาด้วย
ความชื่นบานนิรันดร์จะเป็นดั่งมงกุฎสวมหัวของเขา
พวกเขาจะได้รับความยินดี และชื่นบาน
ความทุกข์และการถอนหายใจจะหนีไปจากเขา
พระพรของพระเจ้าคือ พวกเขาจะได้กลับมายังศิโยนด้วยความเบิกบาน
ถอดความจาก เอเสเคียล 2:5
พระเจ้าทรงตักเตือนคนอิสราเอลผ่านปากของเอเสเคียล
เขาต้องพูดกับคนที่พระเจ้าตรัสว่า เป็นคนมักกบฏ และดื้อด้าน
การไปพูดให้คนที่ไม่อยากเชื่อฟังนั้น มันเหมือนเป็นการกระทำที่แพ้กับแพ้
แต่เมื่อพระเจ้าบัญชา เอเสเคียลก็ไม่ขัดขืน
พระเจ้าตรัสกับเราผ่านพระคัมภีร์ ผ่านคนที่พระองค์ทรงใช้
บางครั้งผ่านคุณพ่อ คุณแม่ หรือพี่น้อง
เราฟังเสียงของพระองค์ หรือว่าดื้อดึงต่อคำของพระองค์
ลองสังเกตตัวเองดู
อิสยาห์ 51:6-8
พระเ้จ้าทรงบอกเราล่วงหน้าว่า วันหนึ่งฟ้าสวรรค์ จะไม่มีอีกต่อไป … เปโตรเองได้เขียนไว้ด้วยว่า
เมื่อวันขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึง วันนั้น ท้องฟ้าจะหมดไปด้วยเสียงที่ดังกึกก้อง
และโลกนี้จะสลายไปด้วยไฟ
แผ่นดินโลกกับสรรพสิ่งในโลกจะไหม้ทั้งหมด
จงเงยหน้ามองที่สวรรค์ และมองที่แผ่นดินเบื้องล่างเพราะว่าฟ้าสวรรค์จะเลือนหายไปเหมือนกับควัน
และแผ่นดินจะเก่าไปเหมือนกับเสื้อผ้า
คนที่อยู่ในนั้นจะตายไปเหมือนแมลง
แต่ความรอดจากเรานั้นจะดำรงอยู่เป็นนิตย์
ความชอบธรรมของเราจะไม่มีวันหายไป
“จงฟังเรา คนที่รู้จักความดี ความชั่ว
คนที่หัวใจเต็มด้วยบทบัญญัติของเรา
อย่ากลัวการที่มนุษย์เข้ามาดูหมิ่น
อย่ารู้สึกละอายกับคำพูดให้ร้ายของพวกเขา
เพราะว่า มอดจะกินพวกเขาเหมือนกินเสื้อ
และหนอนจะกินเขาเหมือนกับผ้าขนสัตว์
แต่ความชอบธรรมของเราจะดำรงอยู่เป็นนิตย์
และความรอดของเรามีสำหรับคนทุกรุ่น
แต่คนที่วางใจในพระเจ้าจะมีความหวังที่จะได้รอดพ้น และอยู่กับพระเจ้าตลอดไป!
ถอดความจากเอเสเคียล 1:3
เมื่อชาวยูดาห์ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยในบาบิโลน
เอเสเคียลก็อยู่ในคนกลุ่มนั้นด้วย ดานิเอล และเพื่อน ๆ ก็เช่นกัน
เอเสเคียลเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้ารุ่นเดียวกับเยเรมีห์ และดาเนียล
ถึงแม้พวกเขาไปอยู่ต่างแดน แต่พระเจ้าไม่ได้ทอดทิ้งคนของพระองค์เลย
พระองค์ยังทรงใช้บางคนให้กล่าวคำของพระองค์เพื่อให้กำลังใจเชลยเหล่านั้น
วันที่พระเจ้าทรงเรียกเอเสเคียลให้รับใช้พระองค์นั้น เขาอยู่ริมแม่น้ำ
มีพายุมาจากทางเหนือ มีเมฆก้อนใหญ่ที่สว่าง มีไฟลุกวาบขึ้นมาด้วย ….
เอเสเคียลได้เห็นสัตว์ประหลาดที่น่าตาแปลกมาก
มันเหาะได้ และ… วันนั้นเขาก็เห็นพระสิริของพระเจ้า
พระเจ้าตรัสกับเขาว่า “ลูกชายของมนุษย์เอ๋ย จงยืนขึ้น เราจะพูดกับเจ้า”
และวันนั้นเองพระองค์ก็ทรงส่งให้เขาไปตักเตือนพวกเขา
ไม่ว่าจะฟังหรือไม่ เอเสเคียลก็ต้องพูดเตือนสติไม่หยุด
อิสยาห์ 51:1-5
จงฟังเรา เจ้าผู้ติดตามความชอบธรรม เจ้าผู้แสวงหาพระเจ้า
จงมองดูศิลาที่พระเจ้าทรงสกัดเจ้าออกมา จงมองดูบ่อหินที่เจ้าถูกขุดขึ้นมา
จงมองดูอับราฮัมบรรพบุรุษของเจ้า และมองดูซาราห์ที่ได้ให้กำเนิดเจ้ามา
เมื่อเราได้ร้องเรียกเขาเมื่อมีเขาเพียงคนเดียวเพื่อว่าเราจะได้อวยพรและทวีเขาขึ้น
ให้คนของพระเจ้าหันกลับไปดูพระสัญญาของพระเจ้าที่มีต่ออับราฮัมว่า มันเป็นความจริงเพียงไร
เพราะว่าพระเจ้าทรงปลอบใจศิโยน พระองค์ทรงปลอบใจที่ร้างทั้งหมดของเธอ
และทำให้ถิ่นกันดารกลายเป็นเหมือนสวนเอเดน
ทะเลทรายกลายเป็นเหมือนพระอุทยานของพระเจ้า
จะได้พบความยินดี ความชื่นชมในตัวของเธอ
รวมไปถึงคำโมทนาพระคุณและเสียงร้องเพลง
พระเจ้าทรงสัญญาจะเปลี่ยนแปลงสิ่งร้ายกลายเป็นดี จนกระทั่งได้ยินเสียงร้องเพลงแห่งความชื่นบาน
“ประชาชนของเราเอ๋ย จงสนใจคำของเรา
ชาติของเราเอ๋ย จงฟังคำของเรา
เพราะว่า พระบัญญัติจะออกมาจากเรา
และเราจะวางความยุติธรรมของเราให้เป็นแสงสว่างแก่คนของคนทั้งหลาย
ความชอบธรรมของเรามาใกล้แล้ว
ความรอดของเราออกมาแล้ว และเราจะปกครองคนของเราด้วยแขนของเรา
เหล่าดินแดนชายทะเลจงหวังใจในเรา พวกเขาจงรอคอยพลังจากแขนของเรา….
ถอดความจาก วิวรณ์ 1:5
เพลงชุดนี้ คำไม่ยาก ยากที่จังหวะ และทำนองครับ
Who’s the one who is here today
Leadin’ everybody to the heavenly way?
I say no, nobody
Nobody, nobody
Nobody, nobody, no, no
Now who’s the one really knows my mind?
Knows the many complicated problems I find?
I say no, nobody
Nobody, nobody
Nobody, nobody, no, no
I say no, nobody
Nobody, nobody
Nobody, nobody,
No one but
Chorus:
Jesus
Jesus, Jesus, Jesus, Jesus
Jesus
Who’s the one is who is on the throne
Every living creature will His glory be shown?
I say no, nobody
Nobody, nobody
Nobody, nobody, no, no
I say no, nobody
Nobody, nobody
Nobody, nobody
No one but
Jesus
Jesus, Jesus, Jesus, Jesus
Jesus
No, no, no, no nobody
No, no, no, nobody like Him
No, no, no, no nobody
No, no, no, no nobody
No, no, no, no nobody
No, no, no, nobody like Him
No one like Jesus
Who’s the one who has walked the earth
Showing everybody what the spirit is worth?
I say no, nobody
Nobody, nobody
Nobody, nobody, no, no
I say no, nobody
Nobody, nobody
Nobody, nobody, no, no
Though He lived in the distant past
Everything He taught us through the Bible will last
I say no, nobody
Nobody, nobody
Nobody, nobody
No one but
Chorus
Bridge:
Who’s the one who’s here today
Leadin’ everybody to the heavenly way?
I say no, nobody
Nobody, nobody
Nobody, nobody, no, no
No one, none else, nobody
No, no, no, no
Jesus
อิสยาห์ 50:8-11
พระคัมภีร์ตอนนี้ ท่านอิสยาห์พูดหลายร้อยปีก่อนที่เรื่องจะเกิดขึ้นจริงกับพระเยซู
พระองค์ผู้ทรงแก้ต่างให้ข้าทรงอยู่ใกล้ ๆ แล้วใครล่ะ จะมาต่อสู้กับข้า? ให้เรายืนขึ้นมาด้วยกัน
ใครล่ะ เป็นศัตรูของข้า? ให้เขาเข้ามาใกล้ข้าซิ
ดูเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของข้าทรงช่วยข้า และใครจะมาบอกว่าข้าเป็นคนผิด?
ดูเถิด เขาทั้งหมดนั้นก็จะเก่าไปเหมือนเสื้อผ้า ตัวมอดจะกัดกินเขาจนหมด
ใครในท่ามกลางพวกเจ้าที่เกรงกลัวพระเจ้า และเชื่อฟังเสียงของผู้รับใช้ของพระองค์?
ให้คนที่เดินในความมืด และไม่มีแสงสว่าง วางใจในพระนามของพระเจ้า และวางใจในพระเจ้าของเขา
ดูเถิด เจ้าคนที่จุดไฟขึ้นมา คนที่พยายามจุดคบไฟของตนเอง !
และเดินไปด้วยแสงของตนเอง เดินไปด้วยคบไฟที่จุดขึ้นมาเอง!
สิ่งที่เจ้าจะได้จากมือของเราก็คือ เจ้าจะต้องนอนลงไปอย่างทรมาน
ถอดความจาก มัทธิว 5:15
ภาพจาก washingtonpost.com
การเป็นแสงสว่าของดวงอาทิตย์ มีประโยชน์กับคน สัตว์ พืช และทั้งโลกและจักรวาล
การเป็นแสงสว่างของตะเกียง มีประโยชน์ครอบคลุมน้อยยิ่งกว่านัก
พระเยซูทรงเป็นความสว่างของโลกที่ยิ่งใหญ่กว่าดวงอาทิตย์
คนที่เชื่อฟังพระองค์ ก็เป็นความสว่างของโลกเช่นกัน
จะส่องได้นาน เข้ม มีประโยชน์มากหรือน้อย
ขึ้นอยู่กับว่า เขามีความสว่างของพระเจ้ามากแค่ไหน
อยู่ใกล้ชิดพระเจ้าก็จะมีเชื้อแห่งแสงสว่างมาก ส่องได้นานนะครับ
อิสยาห์ 50:5-7
พระเจ้าได้ประทานลิ้นให้ข้า ดั่งลิ้นของคนที่พระองค์ทรงสอน
เพื่อข้าจะรู้วิธีที่จะใช้คำหนุนใจคนที่กำลังอ่อนแรง
ทุก ๆ เช้า พระองค์ทรงปลุก พระองค์ทรงปลุกหูของข้า
เพื่อให้ฟังอย่างคนที่พระองค์ทรงสอน
องค์พระผู้เป็นเจ้า องค์พระเจ้าทรงเปิดหูของข้า
และข้าก็ไม่ดื้อดึงต่อพระองค์ ข้าไม่หันกลับ
ข้าหันหลังให้กับคนที่ตีข้า และหันแก้มให้กับคนที่ดึงหนวดเคราของข้า
ข้าไม่หลบหน้าจากความละอาย และการถูกคนถ่มน้ำลายรดใส่
หลัง แก้ม หน้า ทุกอย่างที่อิสยาห์กล่าวไว้นั้น พระเยซูทรงเผชิญจากความโหดร้ายทั้งหมด แต่ถึงกระนั้น พระองค์ก็ไม่ทรงหลบเลี่ยงสิ่งร้าย ๆ นี้ พระองค์ทรงเพียบพร้อมได้ด้วยการเชื่อฟังพระเจ้าอย่างไม่มีบกพร่อง จะพบ จะเจออะไร พระองค์ทรงยอมเพื่อให้สำเร็จตามพระทัยพระบิดา
แต่พระเจ้าทรงช่วยข้า ดังนั้น ข้าจึงไม่ต้องละอาย
ข้าตั้งหน้าของข้าราวกับหินเหล็กไฟ และข้ารู้ว่า ข้าจะไม่ต้องอับอาย
พระเยซูไม่ยอมที่จะหันเหไป แต่ทรงตั้งพระพักตร์อย่างหินเหล็กไฟ ตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะเดินทางไปยังกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อเผชิญกับไม้กางเขน
ถอดความจาก มัทธิว 5:14
พระเยซูทรงบอกว่า เราเป็นแสงสว่างของโลก
เป็นเมืองที่อยู่บนภูเขา ซึ่งซ่อนไว้ไม่ได้
เพื่อน ๆ คิดอย่างไรครับ?
เป็นแสงได้ ก็ต้องมีพลัง มีต้นตอของแสงนั้น
แต่หากว่าจะเป็นแสงด้วยตัวเอง มันจะริบหรี่ เดี๋ยวก็ดับ
จะเป็นแสงได้ ต้องมีพลัง มีพระวิญญาณของพระเจ้าในชีวิต
จริงไม๊?
อิสยาห์ 50:1-3
ดังนั้น องค์พระผู้เป้นเจ้าตรัสว่า ใบหย่าของแม่เจ้าอยู่ที่ไหน?
หลักฐานที่ทำให้รู้ว่า เราได้ให้เธอไปจากเรา
เราขายตัวเจ้าไปให้กับเจ้าหนี้คนไหน?
เจ้าถูกขายไปเพราะบาปของเจ้า เป็นเพราะการล่วงละเมิดของเจ้า แม่ของเจ้าจึงถูกส่งไป
ที่ยูดาห์ต้องถูกส่งไปยังบาบิโลนนั้น … เป็นเพียงชั่วคราว ไม่ได้ตลอดไป ไม่มีใบหย่าหรือเอกสารใด ๆ ที่พระเจ้าทรงทำไว้เพื่อจะให้พวกเขาแยกจากพระองค์ตลอดไป…
พระเจ้าทรงบอกพวกเขาชัดเจนว่า ที่พวกเขาต้องกลายไปเป็นเชลย ก็เพราะบาปของพวกเขา
แต่…สำหรับอิสราเอลทางเหนือแล้ว กลับแตกต่าง การที่พวกเขากราบไหว้รูปเคารพ และพยายามเอาใจเทวรูปเหล่านั้นไม่หยุดหย่อน กลับเป็นการที่ทำให้พระเจ้าทรงเลิกจากเขาแบบสามีเลิกภรรยา ให้ใบหย่าไปเลย *
ทำไม เมื่อเรามา จึงไม่มีใคร?
ทำไม เมื่อเราร้องเรียก จึงไม่มีใครตอบ?
แขนของเราสั้นไปจนไม่สามารถไถ่ได้อย่างนั้นหรือ?
หรือว่า เราไม่มีอำนาจที่จะช่วยให้รอดพ้น?
ดูเถิด ด้วยคำบัญชาของเรา ทะเลก็แห้ง เราทำให้แม่น้ำกลายเป็นทะเลทราย
เหล่าปลาก็เหม็นคละคลุ้งเพราะไม่มีน้ำ มันตายไปเพราะความกระหาย
เราห่มฟ้าสวรรค์ด้วยความมืด และห่มมันด้วยผ้ากระสอบ”
พระเจ้าทรงถามว่า ทำไมจึงไม่มีใครที่เต็มใจจะเชื่อและเชื่อฟังพระองค์ ทั้ง ๆ ที่พระองค์เคยพาพวกเขาออกมาจากอียิปต์
*เยเรมีห์ 3:8