เยเรมีย์ 26:1-9
ต้นรัชกาลราชาเยโฮยาคิม โอรสของราชาโยสิยาห์ กษัตริย์แห่งยูดาห์
มีพระดำรัสมาจากองค์พระผู้เป็นเจ้าดังนี้
“องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า จงยืนขึ้นในลานแห่งพระวิหารของพระเจ้า
และกล่าวแก่เมืองทั้งหลายแห่งยูดาห์ที่ได้เข้ามานมัสการในพระวิหารขององค์พระผู้เป็นเจ้า
ทุกคำที่เราได้บัญชาให้เจ้าพูดกับเขา และอย่าเก็บไว้สักคำเดียว
พวกเขาอาจจะฟัง และทุกคนหันกลับจากทางชั่วของตน
เพื่อว่า เราจะได้เปลี่ยนใจไม่นำวิบัติมาสู่พวกเขาเนื่องจากความบาปชั่วทั้งหลาย

เจ้าจะพูดกับพวกเขาว่า
‘องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ … หากเจ้ายังไม่ฟังเสียงของเรา
เพื่อที่จะดำเนินตามกฎเกณฑ์ที่เราวางไว้ต่อหน้าพวกเจ้า
หากเจ้าไม่ฟังเสียงของผู้รับใช้ที่เราส่งมากล่าวคำของเราอย่างเร่งด่วน
… เราจะทำให้วงศ์วานนี้เป็นเหมือนชิโลห์
และเราจะทำให้เมืองนี้เป็นที่สาปแช่งสำหรับทุกประเทศในโลก”
เหล่าปุโรหิต ผู้ทำนาย และคนทั้งหลายที่ได้ยินเยเรมีห์กล่าวคำข้างต้นในพระวิหารของพระเจ้า
… และเมื่อเยเรมีย์พูดสิ่งที่พระเจ้าทรงสั่งให้เขาพูดทั้งสิ้น
เหล่าปุโรหิต ผู้ทำนายและประชาชนก็จับเขาไว้ กล่าวว่า
“เจ้าจะต้องตาย! เหตุใดเจ้าจึงทำนายในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าว่า
วงศ์วานนี้จะเป็นเหมือนชิโลห์และเมืองนี้จะกลายเป็นเมืองร้างเปล่า
ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่?”
พวกเขาทุกคนล้อมเยเรมีย์เอาไว้ ในพระวิหารของพระเจ้า
admin
6 ตุลาคม 2013 รักกันและกัน
ขอให้เรารักกันและกัน…
เพราะว่า ความรักมาจากพระเจ้า
และทุกคนที่รักก็เกิดมาจากพระเจ้า
ถอดความจาก 1 ยอห์น 4:7
เยเรมีย์ 25-4 พิโรธแรงกล้า!
เยเรมีย์ 25:30-38
“ดังนั้น เจ้า…จะต้องกล่าวคำทำนายต่อต้านพวกเขาดังนี้ …
“องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเปล่งสุรเสียงสนั่นมาจากเบื้องบน
พระองค์ทรงเปล่งสุรเสียงของพระองค์จากที่ประทับอันบริสุทธิ์ของพระองค์
พระองค์จะทรงคำรามด้วยพลังยิ่งใหญ่ต่อสู้คนของพระองค์
และจะทรงตะโกนเหมือนกับคนที่กำลังย่ำองุ่น
ต่อต้านคนที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินโลก
ความโกลาหลจะส่งเสียงดังไปสู่ที่สุดปลายแผ่นดิน…
เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมีคดีกับประชาชาติทั้งหลาย
พระองค์จะทรงพิพากษามนุษย์ทั้งปวง และจะทรงประหารคนชั่วร้ายด้วยดาบ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงประกาศ”
“ดังนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเป็นจอมทัพตรัสว่า
ดูเถิด หายนะกำลังแพร่ออกไปจากชาติหนึ่งสู่อีกชาติหนึ่ง
และพายุใหญ่กำลังเกิดขึ้นจากที่ไกลสุดแห่งแผ่นดินโลก!
และคนที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงประหารจะมีมากมายจากสุดปลายข้างหนึ่ง ไปยังสุดปลายอีกข้างหนึ่งของแผ่นดิน ไม่มีใครร้องไห้คร่ำครวญเพื่อเขา ไม่มีใครรวบรวมศพของพวกเขา เพราะศพจะกลายเป็นเหมือนมูลสัตว์ที่กระจายอยู่บนพื้นดิน
จงร้องไห้คร่ำครวญเถอะเหล่าผู้เลี้ยงแกะ และร้องออกมา
กลิ้งเกลือกอยู่บนเถ้า เหล่าเจ้าของฝูงสัตว์
เพราะวันแห่งการสังหาร และการกระจัดกระจายมาถึงแล้ว
และเจ้าจะล้มลงเหมือนกับภาชนะที่เลือกแล้ว
ไม่มีที่ลี้ภัยเหลือให้เหล่าผู้เลี้ยงแกะ
ไม่มีทางหนีสำหรับเหล่าเจ้าของฝูงสัตว์
เสียงหนึ่ง… เสียงของเหล่าผู้เลี้ยง
และเสียงคร่ำครวญโหยไห้ของเหล่าเจ้าของฝูงสัตว์
เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทำลายทุ่งหญ้าของพวกเขา
เพราะว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพิโรธยิ่งนัก

เหมือนกับสิงโตหนุ่มที่ออกมาจากที่ซ่อน
เพราะแผ่นดินของเขากลายเป็นที่ร้างเปล่าประโยชน์
ด้วยดาบสังหารของผู้กดขี่ และด้วยพระพิโรธอันแรงกล้าของพระองค์
5 ตุลาคม 2013 แบกภาระด้วยกัน
จงช่วยกันแบกภาระของกันและกัน
การทำเช่นนี้ เท่ากับเธอทำตามกฎของพระคริสต์สำเร็จ
ถอดความจาก กาลาเทีย 6:2
ภาพอันงดงามนี้ เอามาจาก http://revth.wordpress.com
ดูซิ ตัวเล็กก็จริง แต่สามารถขนของที่ต้องการไปถึงที่หมายได้
ถ้าตัวเล็กบอกว่า เราจะไม่ทำ
เพื่อนตัวใหญ่ก็จะลำบากมากขึ้น
อาจจะต้องลาก ถูลู่ถูกังไปเรื่อย ๆ
ตัวเล็ก…ก็อย่าคิดว่าทำอะไรไม่ได้นะ
ตัวเล็ก หรือตัวโต ถ้าช่วยกัน มันสำเร็จเสมอ
และความสำเร็จที่ยอดกว่านั้นคือ
เราทำตามกกฎแห่งความรักของพระเยซูคริสต์!
เยเรมีย์ 25-3 ถ้วยแห่งความโกรธ
เยเรมีย์ 25:15-29
ถ้วยแห่งพระพิโรธของพระเจ้า
ดังนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าแห่งอิสราเอลได้ตรัสกับข้าว่า
“จงรับเหล้าองุ่นแห่งพระพิโรธในถ้วยนี้ไป และให้ทุกประเทศที่เราส่งเจ้าไปนั้นดื่มมันเสีย
เมื่อดื่มแล้วพวกเขาจะเมา เดินโซเซ และคลุ้มคลั่งเพราะเราได้ส่งดาบสังหารมาท่ามกลางพวกเขา”
ดังนั้น ข้าจึงนำถ้วยมาจากพระหัตถ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า
และยื่นให้ทุกประเทศที่พระองค์ทรงส่งข้าไปนั้นดื่ม
นครเยรูซาเล็ม และเมืองต่าง ๆ ในยูดาห์ กษัตริย์ และข้าราชการ
เพื่อทำให้พวกเขาร้างเปล่าไร้ประโยชน์ กลายเป็นที่ดูหมิ่นสาปแช่งเหมือนกับทุกวันนี้
ฟาโรห์ ราชาแห่งอียิปต์ และเหล่าข้าราชการ และประชาชนชาวอียิปต์
รวมไปถึงชนเผ่าต่าง ๆ ท่ามกลางพวกเขา
กษัตริย์แห่งแผ่นดินอูส และเหล่ากษัตริย์แห่งฟิลิสเตีย (อัชเคโลน กาซา เอโครน และคนที่เหลือของอัชโดด)
เอโดม โมอับ และลูกชายของอัมโมน
เหล่ากษัตริย์แห่งไทระ แห่งซีโดน และเมืองต่าง ๆ ชายทะเล
เดดาน เทมา และบูสและคนทั้งหลายที่ตัดปลายผมของตน
เหล่ากษัตริย์ในอาราเบียและชนเผ่าต่าง ๆ ที่อาศัยในทะเลทราย
กษัตริย์จากศิมรี เอลาม มีเดีย
กษัตริย์จากทางเหนือ ทั้งไกลและใกล้ จากที่หนึ่งไปสู่อีกที่
และเหล่าอาณาจักรทั้งหลายที่อยู่บนแผ่นดินโลก
และในที่สุดกษัตริย์แห่งบาบิโลนก็จะดื่มจากถ้วยนี้เช่นกัน
แล้วเจ้าจะพูดกับเขาว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเป็นจอมทัพ
พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสว่า จงดื่มให้เมาและอาเจียรออกมา
ล้มลงไปจนลุกขึ้นไม่ได้เพราะดาบที่เราได้ส่งมาท่ามกลางเจ้า
และหากเขาปฏิเสธไม่ยอมรับถ้วยจากเจ้ามาดื่ม เจ้าจะพูดกับเขาว่า
“ดังนั้น พระองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเป็นจอมทัพจึงตรัสว่า เจ้าต้องดื่ม!
เพราะดูเถอะ เรากำลังนำวิบัติมายังเมืองที่เรียกตามชื่อของเจ้า
และเจ้าจะลอยนวลไปโดยไม่ถูกลงโทษอย่างนั้นหรือ?
ไม่มีทาง เจ้าจะต้องถูกลงโทษ เพราะเราได้เรียกดาบมาต่อสู้เหล่าผู้อาศัยในแผ่นดินโลก…
องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเป็นจอมทัพทรงประกาศ
4 ตุลาคม 2013 รู้นะ..ว่าคิดอะไร
พระเยซูทรงทราบว่า พวกเขาคิดอะไรอยู่
ถอดความจากลูกา 5:22
ใคร ๆ ก็อยากหายโรค และคน ๆ นี้มีเพื่อนดี มีความตั้งใจจริงที่จะพบพระเยซูให้ได้ พวกเขาและคนป่วยเองเชื่อว่า
พระเยซูทรงรักษาโรคของเขาให้หายได้แน่นอน
พระเยซูทรงมองเขาด้วยเมตตา สงสาร ตรัสว่า “เพื่อนเอ๋ย เรายกบาปของเจ้าแล้ว !”
“ฮ้า!!” พวกฟาริสีและธรรมาจารย์ตาโต ต่างคิดในใจพร้อมกันอย่างไม่นัดหมายว่า “พูดอย่างนี้ได้อย่างไร ท่านเยซูสอนพระคำของพระเจ้าก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่า จะยกโทษบาปให้ใครได้ พระเจ้าเท่านั้นที่ยกโทษให้มนุษย์ได้ พูดอย่างนี้เท่ากับหมิ่นประมาทพระเจ้านี่นา”
พวกเขาไม่รู้ว่า พระองค์คือพระบุตรของพระเจ้าที่มาในโลกนี้ แม้คิดในใจ ไม่ได้พูดออกมา แต่พระเยซูทรงรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่!!
เยเรมีย์ 25-2 เชลย 70 ปี
ดังนั้น … องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเป็นจอมทัพตรัสว่า ..
เพราะพวกเจ้าไม่เชื่อฟังคำของเรา
ดูเถิด เราจะส่งชนเผ่ามาจากทางเหนือ…
และสำหรับราชาเนบูคัดเนสซาร์กษัตริย์แห่งบาบิโลนซึ่งเป็นผู้รับใช้ของเรา
เราก็จะส่งพวกเขามาโจมตีแผ่นดินและผู้คนในแผ่นดินนี้
รวมไปถึงประชาชาติรอบ ๆ ด้วย เราจะให้พวกเขาถึงความหายนะ
และทำให้พวกเขากลายเป็นความสยดสยอง เป็นสิ่งที่คนพูดถึง เป็นที่ร้างเปล่าตลอดไป
ยิ่งกว่านั้น เราจะเอาเสียงแห่งความรื่นเริง เสียงแห่งความยินดี
เสียงของเจ้าบ่าวเจ้าสาว และเสียงโม่แป้ง รวมถึงแสงตะเกียงออกไปให้หมด
ทั้งแผ่นดินจะกลายเป็นซากปรักหักพัง
และเป็นที่ร้างเปล่าไร้ประโยชน์
ประชาชาติเหล่านี้จะรับใช้ราชาแห่งบาบิโลนเป็นเวลา 70 ปี
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า ..
“หลังจาก 70 ปี แล้ว เราจะลงโทษราชาแห่งบาบิโลนและประเทศนั้น
คือแผ่นดินของชาวแคลเดีย เพราะความผิดบาปของพวกเขา
แผ่นดินนั้นจะกลายเป็นที่ร้างเปล่าไร้ประโยชน์
ทุกคำที่เราได้กล่าวต่อต้านพวกเขานั้นจะมาถึงแผ่นดินของเขา
ทุกสิ่งที่ได้บันทึกไว้ในหนังสือนี้
คือเรื่องราวที่เยเรมีห์ได้กล่าวทำนายต่อต้านประชาชาติทั้งหลาย
เพราะว่าหลายประเทศ กษัตริย์ยิ่งใหญ่หลายองค์ จะเอาเขาเป็นทาส
และเราจะแก้แค้นพวกเขาตามการกระทำและผลงานแห่งน้ำมือของพวกเขา “
3 ตุลาคม 2013 หย่อนลงตรงเป้าหมาย
พวกเขาหาทางที่จะหย่อนคนง่อยมาวางตรงพระพักตร์พระเยซู
ชายคนนี้เป็นอัมพาต เดินไม่ได้
เขามีเพื่อนช่วยหามเขามาจากบ้าน
พอมาถึงบ้านที่พระเยซูทรงยืนสอนอยู่
พวกเขาก็ตกใจ เพราะคนแน่นบ้าน
ไม่มีทางที่พวกเขาจะเข้าประตูไปหาพระเยซูได้เลย
แต่เพื่อนทั้งสี่ไม่ได้ท้อใจ
เขาหามเพื่อนขึ้นไปบนหลังคา
และค่อย ๆ รื้อหลังคาออกเดี๋ยวนั้น!
คนในบ้านตกใจ .. เอ๊ะ มีฝุ่นตกลงมาจากเพดาน
พอเงยหน้าขึ้นไปก็เห็นชาย 4 คนกำลังรื้อหลังคา
“เจ้าทำอะไรกันนะ?” คนหนึ่งตะโกน
แต่พวกเขาบอกว่า
“เดี๋ยวกระผมจะเรียงหลังคากลับอย่างเดิมนะขอรับ
เมื่อได้ความกว้างที่ต้องการ
บ้านก็สว่าง
เขาก็หย่อนเพื่อนลงมา ตรงหน้าพระเยซูพอดี!
เยเรมีย์ 25-1 เตือนเท่าไรก็ไม่ฟัง
เยเรมีย์ 25:1-
มีคำมาถึงเยเรมีห์ ซึ่งกล่าวถึงประชาชนทั้งสิ้นในยูดาห์
ในปีที่สี่ของราชาเยโฮยาคิม โอรสของราชาโยสิยาห์ กษัตริย์แห่งยูดาห์
(เวลานั้นตรงกับปีแรกที่ราชาเนบูคัดเนสซาร์ครองบาบิโลน)
คำนั้น เยเรมีห์ได้นำมากล่าวแก่ประชาชนทั้งสิ้นของยูดาห์ และเหล่าคนที่อาศัยในนครเยรูซาเล็ม
“จากปีที่สิบสามของการครองราชย์ของราขาโยสิยาห์
โอรสราชาอาโมน กษัตริย์แห่งยูดาห์จนกระทั่งวันนี้ นับเป็นเวลา 23 ปี

พระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงข้า และข้าได้เฝ้าพูดให้พวกเจ้าฟัง แต่ก็ไม่มีใครฟัง
เจ้าไม่ฟัง ไม่เอียงหูของเจ้าเข้ามาสักนิด
ถึงแม้ว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงส่งผู้รับใช้ของพระองค์มาไม่หยุดหย่อน
พวกเขากล่าวว่า “เจ้าทุกคน จงหันกลับทางแห่งความชั่ว
หันจากการกระทำชั่ว
และอาศัยในแผ่นดินซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงมอบให้แก่เจ้า
และบรรพบุรุษของเจ้ามาตั้งแต่สมัยโบราณตราบจนนิรันดร์
อย่าหันไปปาพระอื่นเพื่อปรนนิบัติและนมัสการพระเหล่านั้น
อย่าทำให้เราโกรธด้วยผลงานแห่งน้ำมือของพวกเจ้า
และเราจะไม่ทำอันตรายแก่เจ้า
แต่เจ้าก็ยังไม่ฟังเสียงของเรา องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส
เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้ทำให้เราโกรธด้วยผลงานแห่งน้ำมือของเจ้าซึ่งนำความวิบัติมาให้เจ้าเอง”
2 ตุลาคม 2013 ฤทธิ์แห่งการรักษา
ฤทธิ์อำนาจแห่งองค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่กับพระเยซู เพื่อรักษาคนป่วย
ถอดความจาก ลูกา 5:19
วันหนึ่ง เหล่าฟาริสีและธรรมาจารย์ที่มาจากหมู่บ้านรอบ ๆ แคว้นกาลิลี แคว้นยูเดีย
รวมทั้งจากนครเยรูซาเล็ม
รวมตัวกันมาฟังพระเยซูสอนในบ้านแห่งหนึ่ง
พระเยซูทรงมีฤทธิ์อำนาจจากพระเจ้า
จึงทรงรักษาคนป่วยหลาย ๆ คนที่มาขอให้พระองค์รักษา
บ้านนั้นเต็มด้วยผู้คน แน่นจนล้นออกมา
แต่ผู้คนก็ไม่ได้ย่อท้อ
เขารู้ว่า ถ้าได้พบพระเยซู ต้องหายโรคแน่…
และมีชายคนหนึ่งมาหาพระองค์ด้วยวิธีที่ไม่เหมือนใคร

เขาไม่ได้เบียดคนเข้ามา
เขาไม่ตะโกน
ไม่เรียกร้อง
เขาเดินไม่ได้เสียด้วย
เขามาอย่างไรนะ?
เยเรมีย์ 24 มะเดื่อสองตะกร้า
เยเรมีย์ 24
หลังจากที่ราชาเนบูคัดเนสซาร์ กษัตริย์แห่งบาบิโลนได้กวาดทั้งเยโคนิยาห์ โอรสของราชาเยโฮยาคิม
กษัตริย์แห่งยูดาห์ และข้าราชการแห่งยูดาห์ เหล่าช่างฝีมือ และช่างโลหะไปเป็นเชลยที่บาบิโลน
องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทำให้ข้าเห็นนิมิต
ดูเถิด เป็นมะเดื่อ 2 ตะกร้า วางไว้หน้าพระวิหารของพระเจ้า
กระจาดแรกมีลูกมะเดื่อดี ๆ เป็นมะเดื่อผลแรก ส่วนอีกตะกร้าเป็นมะเดื่อเน่า กินไม่ได้
และองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า “ เยเรมีย์ เจ้าเห็นอะไร?”
“มะเดื่อพระเจ้าข้า มะเดื่อที่ดี ก็เป็นมะเดื่อดีมาก ๆ และมะเดื่อเสีย เน่าเสียจนกินไม่ได้”
คำขององค์พระผู้เป็นเจ้ามายังข้า…
“องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสว่า … เหมือนกับมะเดื่อดี
เราจะดูแลเหล่าคนที่ถูกเนรเทศจากยูดาห์ อย่างดี เราได้ส่งพวกเขาออกไปจากที่นี่
ไปยังดินแดนของคนแคลเดีย
เราจะคอยดูแลเขา ให้สิ่งดีแก่เขา และเราจะนำเขากลับมายังดินแดนนี้
เราจะสร้างพวกเขาขึ้น และไม่รื้อลง เราจะปลูกพวกเขา และไม่ถอนรากออกไป
เราจะให้พวกเขามีหัวใจที่จะรู้ว่า เรานี่แหละคือองค์พระผู้เป็นเจ้า
พวกเขาจะเป็นคนของเรา เราจะเป็นพระเจ้าของเขา
เพราะว่าพวกเขาจะกลับมาหาเราอย่างสุดใจ
แต่… องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้…… เหมือนกับมะเดื่อเน่า มันเน่าเสียจนกินไม่ได้
เราก็จะทำกับเศเดคียาห์ กษัตริย์แห่งยูดาห์ และเหล่าข้าราชการ และคนที่หลงเหลือในเยรูซาเล็มที่อยู่ในแดนนี้
รวมไปถึงคนที่เหลืออยู่ในอียิปต์
เราจะทำให้พวกเขาเป็นที่สยดยสยองสำหรับอาณาจักรทั้งหลายในโลก
จะกลายเป็นที่ตำหนิ เป็นคำเย้ยหยันและคำแช่งสาปในทุกที่ ๆ เราเนรเทศพวกเขาไป
และเราจะส่งดาบ ความอดอยาก และโรคระบาดมาถึงพวกเขา
จนกว่าพวกเขาจะถูกทำลายไม่เหลือ
จากแผ่นดินที่เราได้มอบให้พวกเขาและบรรพบุรุษของพวกเขา
1 ตุลาคม 2013 อธิษฐานในที่สงบ
แต่พระเยซูมักจะทรงออกไปอยู่ที่สงบ
เพื่อจะอธิษฐาน
ถอดความจากลูกา 15:16
ชายโรคเรื้อน ดีใจที่สุดในโลก
เขาใจกล้ามาขอพระเยซูช่วย และพระองค์ก็ทรงให้ตามที่เขาขอ
มหัศจรรย์!! ยอดเยี่ยม!!
แต่พระเยซูตรัสกับเขาว่า
“เจ้าไม่ต้องเที่ยวไปบอกใคร ๆ ว่าเจ้าหายโรค”
“ทำไมล่ะขอรับ นี่เป็นสิ่งดีที่สุดในชีวิตของกระผม?”
“เจ้าต้องไปหาปุโรหิต เพื่อไปแสดงตัวกับปุโรหิต ให้ตรวจเจ้า
ทำตามที่ท่านโมเสสสั่งเอาไว้
แล้วก็ถวายเครื่องบูชา เพราะเจ้าได้รับการชำระ …
คราวนี้ก็จะเป็นการพิสูจน์ว่าเจ้าหายโรคแล้ว ”
“ขอรับ” เสียงของเขาอ่อยลง
เขาดีใจมาก อยากบอกให้โลกรู้ แต่พระเยซูกลับทรงห้าม
แต่..กลับกลายเป็นว่า
ข่าวการหายจากโรคเรื้อนนั้น แพร่กระจายไปทั่วเมือง
คนมากมายตามหาพระเยซู อยากทั้งฟังคำสอน
ทั้งจะได้รับการรักษาโรค..
แต่
พระเยวูมักจะทรงออกไปอยู่ในที่สงบ เพื่ออธิษฐาน……
เยเรมีย์ 23-5 อายไม่สิ้นสุด
เยเรมีย์ 23:33-40
เมื่อคนหนึ่งในคนเหล่านี้ หรือจะเป็นผู้กล่าวคำ หรือปุโรหิตถามเจ้าว่า
“อะไรเป็นภาระขององค์พระผู้เป็นเจ้า?
เจ้าจะตอบเขาว่า
“เจ้านั่นแหละคือภาระ และเราจะเหวี่ยงเจ้าออกไป”
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส
และสำหรับประชาชน หรือผู้กล่าวคำ หรือปุโรหิตที่พูดว่า
“ภาระของพระเจ้า” นั้น เราจะลงโทษเขาและครอบครัวของเขา
เจ้าทั้งหลายจงพูดกัน พูดกันในหมู่เพื่อนบ้านและพี่น้องว่า
“องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตอบอย่างไร?” หรือ
“องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสอย่างไร?”
แต่ เจ้าจะไม่กล่าวถึงภาระของพระเจ้าอีกต่อไป
เพราะภาระนั้นคือคำกล่าวของพวกเขาแต่ละคน
และเจ้าเองก็ได้บิดเบือนพระคำของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์
องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเป็นจอมทัพ พระเจ้าของเรา
ดังนั้นเจ้าจะกล่าวแก่ผู้กล่าวคำว่า
“องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตอบท่านอย่างไร?” หรือ
“องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสอย่างไร?”

แต่หากเจ้ากล่าวว่า “ภาระขององค์พระผู้เป็นเจ้า”
ดังนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าจึงตรัสว่า
“เพราะเจ้ากล่าวว่า ภาระขององค์พระผู้เป็นเจ้า..
ทั้ง ๆ ที่เรานั้นได้ห้ามไม่ให้เจ้าพูดอย่างนี้”
ดังนั้น ดูเถิด เราจะยกเจ้าขึ้น และเหวี่ยงเจ้าออกไปจากสายตาของเรา
ทั้งเจ้า และเมืองที่เราได้ให้แก่เจ้าและบรรพบุรุษของเจ้า
และเราจะทำให้เจ้าเป็นที่ติเตียนตลอดไป
อยู่กับความน่าละอายที่ไม่มีวันสิ้นสุด และจะไม่มีใครลืมลง
เยเรมีย์ 23-4 คำที่เผาผลาญ
เยเรมีย์ 23:23-32
“เราเป็นพระเจ้าที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ไม่ใช่พระเจ้าที่อยู่ไกลอย่างนั้นหรือ?”
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส
มีใครบ้างไหมที่ซ่อนตัวในที่ลึกลับจนเรามองไม่เห็น?
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส
เรามิได้อยู่เต็มท้องฟ้าสวรรค์อย่างนั้นหรือ?
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส
เราได้ยินสิ่งที่ผู้กล่าวคำมุสาในนามของเราพูด…ข้าฝัน ข้าฝัน!
คำโกหกหลอกลวงจะอยู่ในใจของเหล่าผู้กล่าวคำมุสาตามใจตัวเอง
และทำนายตามความชั่วในใจนานเท่าไร?
พวกเขาคิดว่าจะทำให้ประชาชนลืมนามของด้วยฝันของพวกเขาที่เล่าสู่กันไปมา
เหมือนอย่างที่บรรพบุรุษของเขาลืมนามของเราและหันไปติดตามเจ้าบาอัล
ปล่อยให้เหล่าผู้กล่าวคำที่ฝันก็เล่าความฝันของเขาไป
แต่สำหรับคนที่กล่าวคำของเรา ก็ให้เขากล่าวคำนั้นอย่างซื่อตรง
หญ้าแห้งนั้นเหมือนกับตันข้าวสาลีอย่างไรเล่า?
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส

คำของเราไม่เหมือนไฟหรอกหรือ?
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส
และไม่เหมือนค้อนที่ทุบหินจนแตกละเอียดหรอกหรือ?
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส
ดูเถิด เราต่อสู้เหล่าผู้กล่าวคำเหล่านี้!
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส
พวกเขาใช้ลิ้นของตนประกาศว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้”
ดูเถิด เราต่อต้านคนที่กล่าวมุสาถึงความฝัน
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส
เราต่อต้านคนที่ประกาศและนำให้คนของเราหลงทางด้วยคำโกหกและความชั่วร้ายของพวกเขา
ทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้ส่งพวกเขาไป หรือสั่งให้เขา
ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เป็นประโยชน์ให้แก่ประชาชนเลย
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส
เยเรมีย์ 23-3 ผู้ทำนายตามใจคิด
เยเรมีย์ 23:15-22
ดังนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเป็นจอมทัพตรัสเรื่องผู้กล่าวคำของพระเจ้าว่า
“ดูเถิด เราจะเลี้ยงพวกเขาด้วยอาหารขม และให้เขาดื่มน้ำพิษ
เพราะว่า ความอธรรมได้ออกไปทั่วแผ่นดินก็เพราะเหล่าผู้กล่าวคำในนครเยรูซาเล็ม”
ดังนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเป็นจอมทัพตรัส
“อย่าไปฟังคำทำนายของผู้กล่าวคำเหล่านี้ พวกเขาทำให้เจ้าหวังลมๆ แล้งๆ
เพราะพวกเขากล่าวถึงนิมิตจากความคิดของตัวเอง
มิใช่นิมิตที่มาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า
พวกเขากล่าวคำซ้ำ ๆ กับคนที่เหยียดหยามพระคำของพระเจ้าว่า..
..ทุกอย่างจะดี
และกล่าวคำให้กับคนที่ตามใจโง่เง่าของตนเอง
..จะไม่มีวิบัติมาถึงตัวเจ้า”
เพราะมีใครในพวกเขาที่ยืนอยู่ในที่ประชุมขององค์พระผู้เป็นเจ้า
เพื่อจะดูและฟังพระดำรัสของพระองค์
เพื่อที่จะเอาใจใส่ต่อพระดำรัส และฟังอย่างจริงจัง?
เถิด พายุของพระเจ้า.. พระพิโรธกำลังพลุ่งออกไป เป็นลมหมุนรุนแรง
มันจะพัดโถมเหนือหัวของคนชั่วร้าย

พระพิโรธของพระเจ้าจะไม่หันกลับมาจนกว่าพระองค์จะทรงจัดการ
และทำทุกอย่างสำเร็จตามพระทัยของพระองค์
ในวันสุดท้ายเจ้าจะเข้าใจเรื่องนี้อย่างกระจ่างแจ้ง
เราไม่ได้ส่งผู้กล่าวคำออกไป แต่พวกเขาก็วิ่งไป
เราไม่ได้พูดกับเขา แต่เขาก็ทำนาย
แต่หากพวกเขาได้ยืนอยู่ในที่ประชุมของเราจริงๆ
พวกเขาก็จะได้ประกาศคำของเราต่อประชากรของเรา
และคนเหล่านั้นก็จะหันกลับจากทางแห่งความชั่วร้าย
หันจากการกระทำชั่วของเขา
เยเรมีย์ 23-2 ผู้กล่าวคำเท็จ
เยเรมีย์ 23:9-14
เกี่ยวข้องกับเหล่าผู้กล่าวคำ
ใจของข้านั้นแตกสลายอยู่ภายใน กระดูกของข้าก็สั่นไหว
ข้าเป็นเหมือนคนเมา เหมือนคนที่เมาเหล้าองุ่น เป็นเพราะองค์พระผู้เป็นเจ้า
เป็นเพราะพระคำอันบริสุทธิ์ของพระองค์
เพราะว่าแผ่นดินเต็มด้วยคนล่วงประเวณี
แผ่นดินคร่ำครวญเพราะคำแช่งสาป
และทุ่งหญ้าในถิ่นกันดารก็แห้งเหี่ยวไป
วิถีของพวกเขานั้นชั่วร้าย
และกำลังของเขาก็ไม่เที่ยงธรรม
ทั้งผู้กล่าวคำและเหล่าปุโรหิตต่างก็เป็นคนอธรรม
เพราะเราได้พบความชั่วร้ายของเขาในวิหารของเรา องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส
ดังนั้นทางของเขาจะลื่นในความมืด พวกเขาจะถูกขับออกไป และจะล้มลง
เราจะนำวิบัติมาเหนือเขา ในปีที่พวกเขาต้องถูกลงโทษ.. องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส
จากเหล่าผู้กล่าวคำของเราในสะมาเรีย
เราได้เห็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง
พวกเขากล่าวคำในนามของเจ้าบาอัลและนำให้คนอิสราเอลของเราหลงทางไป
แต่ส่วนในหมู่ผู้กล่าวคำแห่งเยรูซาเล็ม
เราได้เห็นสิ่งที่ร้ายกาจมาก
พวกเขาได้ล่วงประเวณีและเดินในคำมุสา
พวกเขาสนับสนุนคนที่ทำชั่ว
เพื่อว่าจะไม่มีใครหันกลับจากการทำชั่ว
ทุกคนกลายเป็นเหมือนโสโดมต่อเรา
คนที่อาศัยในเมืองก็เป็นเหมือนโกโมราห์
เยเรมีย์ 23-1 แกะ ก ร ะ จ า ย
เยเรมีย์ 23:1-8
“วิบัติแก่พวกผู้เลี้ยงแกะที่ได้ทำลายและทำให้แกะในทุ่งของเราให้กระจัดกระจายไป”
องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงประกาศ
ดังนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าแห่งอิสราเอลจึงตรัสกับผู้เลี้ยงแก่ซึ่งดูแลประชาชนในชาติของข้าว่า
“เจ้าได้ทำให้ฝูงแกะกระจัดกระจายไป เจ้าขับไล่มันออกไปเสีย
เจ้าไม่ได้ดูแลพวกมัน ดังนั้น ดูเถิด เราจะจัดการกับเจ้า
เพราะการกระทำอันชั่วร้ายของเจ้า ” องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงประกาศ

“แล้วเราจะรวบรวมฝูงแกะที่หลงเหลือให้ออกมาจากประเทศต่าง ๆ
ที่เราขับไล่เขาไปอยู่นั้น และจะนำเขากลับมายังคอกเดิม พวกเขาจะมีลูกหลาน
เขาจะเกิดผลทวีคูณ
เราจะตั้งผู้เลี้ยงแก่ที่จะดูแลพวกเขา
พวกเขาจะไม่ต้องกลัว ไม่ต้องหวาดหวั่นอีกต่อไป
และจะไม่มีคนไหนหายไป” องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงประกาศ
“ดูเถิด วันนั้นจะมาถึง เมื่อเราจะแต่งตั้งกิ่งแห่งความชอบธรรมให้ดาวิด
และเขาจะเป็นกษัตริย์ที่ครอบครองด้วยปัญญาอันล้ำลึก
และทำสิ่งที่ยุติธรรมและเที่ยงธรรม
ในสมัยของเขา ยูดาห์จะได้รับการช่วยให้รอด
และอิสราเอลจะได้มีชีวิตอาศัยอยู่อย่างปลอดภัย
ใคร ๆ จะเรียกเขาว่า
..องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเป็นความธรรมของเรา”
“ดังนั้น ดูเถิด วันนั้นจะมาถึง ” องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงประกาศ
“เมื่อพวกเขาจะไม่พูดต่อไปว่า
องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงนำชนอิสราเอลออกจากแผ่นดินอียิปต์ ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด…
แต่จะพูดว่า
องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงนำลูกหลานอิสราเอลออกจากประเทศทางเหนือ
และจากทุกประเทศที่ทรงขับไล่ให้เขาไปอยู่นั้น
ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด
เวลานั้น พวกเขาจะได้อาศัยอยู่ในแผ่นดินของตนเอง
เยเรมีย์ 22-4 สิ่งที่บันทึกไว้
เยเรมีย์ 22:24-30
องค์พระผู้เป็นเจ้าตร้สว่า
“เรามีชีวิตอยู่ตราบใด … แม้ว่าโคนิยาห์ โอรสของราชาเยโฮยาคิม
จะเป็นดั่งแหวนตราในมือขวาของเรา แต่เราก็จะถอดเจ้าออก
และมอบเจ้าให้อยู่ในเงื้อมมือของคนที่แสวงหาชีวิตของเจ้า
ไปอยู่ในมือของคนที่เจ้ากลัว
ไปอยู่ในหัตถ์ของราชาเนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลน
และไปอยู่ในมือของชาวเคลเดีย
เราจะเขวี้ยงเจ้าและแม่ที่บังเกิดเจ้ามาไปยังประเทศอื่น
ที่ ๆ เจ้าไม่ได้เกิด แต่เจ้าจะตายที่นั่น
สำหรับแผ่นดินที่พวกเขาอยากจะกลับมา
แต่ไม่มีวันที่จะได้กลับมา
ชายผู้นี้.. โคนิยาห์ เป็นดั่งหม้อแตกที่ถูกดูหมิ่นหรือ
เป็นภาชนะที่ไม่มีใครสนใจ?
เหตุใด ตัวเขาและลูก ๆ ถูกเขวี้ยงไป ถูกโยนเข้าไปในแผ่นดินที่พวกเขาไม่รู้จัก?
โอ แผ่นดิน แผ่นดิน… จงฟังพระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้า

องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้
“จงเขียนลงไปว่า … ชายคนนี้ ไม่มีลูก เป็นคนที่ไม่ประสบความสำเร็จทั้งชีวิตของเขา
เพราะไม่มีลูกของเขาสักคนที่จะประสบความสำเร็จ
ในการได้นั่งในบัลลังก์ของราชาดาวิด
ในการที่จะได้ปกครองในยูดาห์อีก “
เยเรมีย์ 22-3 เหมือนลา
เยเรมีย์ 22:18-23
เพราะเหตุนั้น
องค์พระผู้เป็นเจ้าจึงตรัสเกี่ยวกับเยโฮยาคิม โอรสของราชาโยสิยาห์ กษัตริย์แห่งยูดาห์
“พวกเขาจะไม่คร่ำครวญเพื่อพระองค์ กล่าวว่า
โอ พี่ชายของข้า หรือ โอ พี่สาวของข้า
พวกเขาจะไม่คร่ำครวญถึงพระองค์ กล่าวว่า
อา องค์เจ้านาย โอ..องค์กษัตริย์

พระองค์จะถูกฝังเหมือนกับการฝังลาตัวหนึ่ง
ถูกลากไป และโยนข้ามประตูแห่งนครเยรูซาเล็ม ”
“จงขึ้นไปยังเลบานอนและร้องออกมา
และส่งเสียงของเจ้าในบาชาน
ร้องออกจากเมืองอาราบิม เพราะคนรักทั้งหลายของเจ้าถูกทำลายไปแล้ว
เราได้พูดกับเจ้า ยามที่เจ้ามั่งคั่ง
แต่เจ้ากลับกล่าวว่า “เราจะไม่ฟัง”
เจ้าทำเช่นนี้ตั้งแต่เป็นวัยรุ่นมา เจ้าไม่ต้องการฟังเสียงของเรา
ลมจะปกครองอยู่เหนือเหล่าผู้เลี้ยงแกะของเจ้า
คนรักของเจ้าจะต้องกลายเป็นเชลย
แล้วเจ้าจะอับอายและสับสนเนื่องจากความบาปทั้งสิ้นของเจ้า
โอเหล่าผู้อาศัยในเลบานอน สร้างรังท่ามกลางต้นสีดาร์
เมื่อความเจ็บปวดมาถึงเจ้า ราวกับหญิงที่กำลังคลอดบุตร…
เวลานั้นเจ้าจะน่าสงสารสักเท่าใด
เยเรมีย์ 22-2 บ้านอธรรมกำไรอสัตย์
เยเรมีย์ 22:11-17
ข่าวสารถึงโอรสของราชาโยสิยาห์
เพราะว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสดังนั้นแก่ชัลลุม โอรสของราชาโยสิยาห์แห่งยูดดาห์
ผู้ได้ขึ้นครองแทนราชบิดาคือโยสิยาห์
เป็นผู้ที่ได้ออกไปจากสถานที่นี้ และเขาจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีก
แต่เขาจะตายในสถานที่ ๆ ถูกจับไปเป็นเชลย เขาจะไม่ได้กลับมาเห็นแผ่นดินนี้อีก
วิบัติแก่คนที่สร้างบ้านขึ้นมาด้วยความอธรรม สร้างห้องชั้นบนด้วยความอยุติธรรม
ผู้ใช้ให้เพื่อนบ้านมารับใช้ตนเองโดยไม่จ่ายค่าแรงให้แก่เขา
คนที่กล่าวว่า “เราจะสร้างบ้านหลังใหญ่โตให้ตัวเอง
มีห้องชั้นบนกว้าง ๆ
คนที่เจาะหน้าต่างขึ้นมา และทำโครงหน้าต่างด้วยไม้สีดาร์ ทาสีด้วยสีแดงชาด
เจ้าคิดใช่ไหมว่าเจ้าเป็นกษัตริย์?
เพราะเจ้าแข่งกันใช้ไม้สีดาร์อย่างนั้นหรือ?
บิดาของเจ้ามิได้กินดื่มและทำความยุติธรรมและความเที่ยงธรรมหรือ?
พวกเขาก็อยู่เย็นเป็นสุข
เขาได้พิพากษาความของคนยากจนขัดสน
และทุกอย่างก็ดี
การทำอย่างนี้มิใช่หรือ คือการรู้จักเรา..?
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส
แต่ตาและใจของเจ้ากลับมุ่งอยู่ที่กำไรอสัตย์
เจ้าพร้อมที่จะหลั่งเลือดของคนไร้ผิด
พร้อมที่จะทำการกดขี่และความรุนแรง








