15 พฤษภาคม 2019 ไม่เหลือเลย

สิ่งที่เจ้าทั้งหลายเห็นในวันนี้  วันหนึ่งหินซึ่งซ้อนกันอยู่ที่นี่

จะถูกทำลายลงทุกก้อน

ถอดความจากลูกา 21:5-6
Mobile-Luke-21v5-6-re

22 เมษายน 2019 ไม่มีช่องสังหาร

พวกเขาก็ไม่มีช่องทางที่จะทำอะไรได้เลย

เพราะว่าประชาชนชอบฟังพระองค์มากจริง ๆ

ถอดความจาก ลูกา 19:48

MobileLuke19v47-48Recovered

19 เมษายน 2019 บ้านโจร

บ้านของเราควรเป็นบ้านอธิษฐาน

แต่พวกเจ้ากลับทำให้กลายเป็นถ้ำโจร

ถอดความจาก ลูกา 19:46
MobileLuke19v45-46Recovered

2 สิงหาคม 2016 คำของใคร

คนใดที่เลือกทำตามความมุ่งหมายของพระเจ้า

เขาจะรู้ว่าคำสอนของเรานั้น มาจากพระเจ้า

 ถอดความจาก ยอห์น 7:17
john-7-17-18-Daily2016_8_2

 

 

 

เยเรมีย์ 52-3 เอาอะไรไปบ้าง?

เยเรมีย์ 52:17-23

สิ่งที่เนบูซาระดานนำไปยังบาบิโลน….

สิ่งต่าง ๆ ในพระวิหารคือ เสาทองสัมฤทธิ์  แท่น อ่างสาคร ไม่ได้ขนไปแบบนั้น แต่ถูกทุบเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
แล้วค่อยขนไป
ส่วน หม้อ พลั่ว กรรไกรตัดใส้ตะเกียง อ่าง ชามเครื่องหอม ภาชนะทองสัมฤทธิ์ที่ใช้พิธี  ก็เอาไปเป็นชิ้น ๆ
รวมทั้ง ชามอ่างเล็ก กระถางไฟ อ่าง  หม้อ  เชิงตะเกียง ชามเครื่องหอม และขันเครื่องดื่มบูชา

อะไรที่เป็นทองก็เอาไปเป็นทอง  อะไรที่เป็นเงินก็รวมกันเอาไปเป็นเงิน
utensils

 

สิ่งที่ไม่อาจชั่งได้เพราะมันใหญ่โต  มากเหลือเกินคือ เสาใหญ่สองต้น อ่างสาครหนึ่งใบ
วัวทองสัมฤทธิ์ 12 ตัวใต้อ่างนั้น  กับเชิงฐานต่าง ๆ
สิ่งเหล่านี้ เป็นการสร้างสมัยราชาซาโลมอน

Column_Proportions
เสาสูงต้นละ 8 เมตร  รอบวง 5.3 เมตร หนา 75 มิลลิเมตร แต่กลวง
บนเสาจะมีบัวคว่ำทองสัมฤทธิ์  บัวนั้นสูง 2.2 เมตร มีลาย มีลูกทับทิม เสาสองต้นเหมือนกัน
โดยข้าง ๆ มีลูกทับทิม 96 ลูก และบนลาย มีลูกทับทิม 100 ลูก

 

ทำลายต่อ ๓๑-๑

2 พงศาวดาร 31:1-3

เมื่อประชาชน เลวี ปุโรหิต ข้าราชการ และราชารวมทั้งราชวงศ์ของพระองค์ได้ร่วมเทศกาลด้วยกันนั้น  พวกเขาอิ่มใจกันถ้วนหน้า และสิ่งที่พวกเขาทำเป็นอย่างแรกเมื่อจบเทศกาลก็คือ

เขาไปตามที่สูง ในเมืองต่าง ๆ   และทำลายเทวรูป  เสาหลัก และแท่นบูชาอย่างไม่ละเว้น  ก่อนหน้านั้น พวกเขาทำลายเทวรูปที่อยู่ในนครเยรูซาเล็ม


“อย่าให้เหลือ  อย่ายอมที่จะปล่อยเทวรูปเหล่านี้ไว้ เพราะมันเป็นสิ่งที่กั้นพระพรของพระเจ้าไปจากเรา”

พวกเขาเดินทางไปทั่วแผ่นดินยูดาห์  เบนยามิน เอฟราอิม และมานัสเสห์  เป็นพื้นที่กว้างขวางมาก  และเมื่อพวกเขาทำลายจนหมดสิ้นในเมืองเหล่านั้น

“ลาแล้วท่าน  ข้าจะกลับบ้าน ขอพระเจ้าทรงอวยพรท่าน”

“เช่นกัน ขอสันติสุขของพระเจ้าอยู่กับท่าน”

พวกเขาร่ำลากันอย่างชื่นบาน  และมองเห็นอนาคตอันสดใสของบ้านเมือง เพราะว่าพวกเขาได้ทำสิ่งที่ถูกต้องในสายพระเนตรพระเจ้าแล้ว ….

ส่วนในนครเยรูซาเล็ม

ราชาเฮเซคียาห์ได้แต่งตั้งปุโรหิต และเลวีเพื่อทำงานในหน้าที่ต่าง ๆ  อย่างครบถ้วน
“ขอให้ทุกท่านทำหน้าที่อย่างตั้งใจ เพื่อว่า พระพรของพระเจ้าจะอยู่กับเราเสมอไป”

“พะยะค่ะ”  เสียงตอบขานรับจากกลุ่มปุโรหิตและเลวี
“เราจะเป็นผู้ส่งเครื่องเผาบูชา ศานติบูชา เพื่อที่จะได้รับใช้ปรนนิบัติ โมทนาขอบคุณพระเจ้า  และสรรเสริญพระเจ้าด้วยกัน

ราชาเฮเซคียาห์จึงทรงส่งเครื่องเผาบูชาส่วนพระองค์มาทั้งเช้าเย็น และสำหรับวันสะบาโต วันขึ้นค่ำ  และสำหรับการเลี้ยงที่กำหนดไว้ตามพระบัญญัติของพระเจ้า

แต่ถ้าเพียงพระราชาทำเท่านั้น เหล่าปุโรหิตและเลวีก็จะลำบาก เพราะพวกเขาต้องกินจากส่วนของเครื่องเผาบูชาเหล่านี้  จะทำอย่างไรกันล่ะ  ?

 

ความร่วมมือร่วมใจ ๒๙-๖

2 พงศาวดาร 29:31-36

เมื่อเขาได้กราบนมัสการพระเจ้าพร้อมกับบทเพลงอันอลังการ…. พระราชาตรัสว่า

“ตอนนี้ พวกท่านก็ได้ถวายตัวแด่พระเจ้าแล้ว  ขอให้ท่านเข้ามาใกล้ ๆ และนำเครื่องบูชา   และเครื่องถวายโมทนาพระคุณพระเจ้ามายังพระวิหารของพระเจ้า”

ดังนั้น ทุกคนจึงทำตามคำของพระราชา

พวกเขาได้นำสัตว์มาถวายบูชา
นำเครื่องบูชาที่จะขอบคุณพระเจ้ามาด้วย

มากมายจริง ๆ

มีวัวผู้      70 ตัว

แกะผู้    100 ตัว

ลูกแกะ  200 ตัว

และยังมีเครื่องบูชาเพิ่มเติมเป็นวัวผู้อีก 600 ตัว !

และแกะอีก  3000 ตัว!

มันเป็นการถวายเครื่องบูชาที่โกลาหลเป็นอย่างมาก   เพราะสัตว์มีมาก ในขณะที่ปุโรหิตมีไม่พอ    พวกเขาไม่สามาถฆ่า และถลกหนังสัตว์เหล่านี้ได้ทัน

“ไป ท่านไปเรียกคนเลวีเข้ามาช่วย  เดี๋ยวงานจะไม่สำเร็จ”  หัวหน้าปุโรหิตท่านหนึ่งสั่ง

ดังนั้น จึงมีคนเลวีเข้ามาช่วยอย่างขมีขมัน    ปรากฏว่า คนเลวีนั้น มีหัวใจที่อุทิศถวาย และชำระตัวอย่างจริงจังมากกว่าเหล่าปุโรหิตเสียอีก  นี่แสดงว่า ผู้นำในพระวิหารยังสู้ผู้ตามไม่ได้เลย

นอกจากจะมีเครื่องเผาบูชาที่มากมายแล้ว

ยังมีเครื่องศานติบูชา เป็นไขมันอีกมามาย ที่ต้องเผา รวมทั้งมีเครื่องดื่มบูชาอีกที่ถวายคู่ไปกับเครื่องเผาบูชา

เวลาคนสมัยก่อนจะกลับมาคืนดีกับพระเจ้านั้น

มันยากเย็น

และเต็มไปด้วยกองเลือดของสัตว์

เต็มไปด้วยเสียงร้องโหยหวนของสัตว์เหล่านั้นที่มาตายเป็นเครื่องบูชาแทนความบาปของคน….

บรรยากาศมันดูน่ากลัวยิ่งนัก

 

อย่างไรก็ดี  การรับใช้ในพระวิหารของพระเจ้าได้รับการดูแล จัดระบบระเบียบขึ้นมาใหม่อย่างเรียบร้อง และราชาเฮเซคียาห์รวมทั้งประชาชนต่างชื่นชมยินดี  เพราะพระเจ้าได้จัดเตรียมทุกอย่างให้เพียงพอ

ถ้าเป็นพวกเขาทำกันเอง โดยไม่ได้การช่วยเหลือจากพระเจ้า จะทำไม่สำเร็จ  เพราะว่า เรื่องนี้ราชาเฮเซคียาห์ทรงทำทุกอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบทีเดียว

 

บทเพลงโบราณ ๒๙-๕

2 พงศาวดาร 29:25-30

เมื่อสมัยราชาดาวิดนั้น  พระราชาได้ทรงกำหนดวิธีการที่จะนมัสการพระเจ้าด้วยนักร้อง และเครื่องดนตรีไว้  …. ไม่ว่าพระเจ้าทรงบัญชาอย่างไร ผ่านท่านกาด หรือท่านนาธัน  พระราชาก็จะทรงทำตามทุกอย่าง  และประชาชนก็ได้นมัสการพระเจ้าตามแบบที่พระเจ้าพอพระทัย

ดังนั้น ราชาเฮเซคียาห์จึงทรงตามรอยพระบาทของราชาดาวิด  ทรงสั่งให้คนเลวีประจำพระวิหาร ถือฉาบ  พิณใหญ่ และพิณเขาคู่ พร้อมที่จะบรรเลงเพลงเมื่อมีการนมัสการพระเจ้า

คนเลวีถือเครื่องดนตรีแบบพระราชาดาวิด

คนปุโรหิตถือแตร  พร้อมที่จะเป่า

เมื่อมีการถวายเครื่องบูชาทั้งตัวนั้นเอง…. พวกนักดนตรีก็บรรเลงเพลงไปพร้อมกัน  ทำให้ประชาชนที่อยู่ข้างนอกไกล ๆ  ได้รู้ว่า ตอนนี้ กำลังทำอะไร และพวกเขาก็จะร่วมใจการนมัสการพระเจ้าด้วยบทเพลงนั้น

สำคัญมาก  เพราะว่า สมัยนั้น ไม่มีกล้อง ไม่มีจอใหญ่ให้ดูว่า เกิดอะไรขึ้น

พวกเขาต้องคอยฟังเสียงเพลง   เมื่อนักร้องฟังดนตรีเริ่ม พวกเขาก็รอจนถึงที่ๆ เขาจะต้องร้อง และพวกเขาก็ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าเสียงดังมาก

“เพราะพระเจ้าทรงยิ่งใหญ่  และทรงทำการอัศจรรย์

พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า   พระเจ้าองค์เดียวเท่านั้น

เราทั้งหลายจะเดินในทางแห่งความจริงของพระองค์

ขอพระเจ้าทรงให้เรายำเกรงพระองค์

เราจะถวายสรรเสริญพระเจ้าด้วยสุดใจ

เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์”

เมื่อประชาชนได้ยินเสียงร้อง  เขาก็ก้มลงนมัสการพระเจ้า   พวกเขาทำอย่างนี้ซ้ำ ๆ กันจนถวายเครื่องบูชาเสร็จทั้งตัว

เมื่อถวายเครื่องบูชาเสร็จ

พระราชาก็กราบนมัสการพระเจ้า  แล้วพระราชาก็ทรงบัญชาให้เลวีร้องเพลงอีก  ร้องสรรเสริญพระเจ้าด้วยเพลงสดุดีของพระราชาดาวิดและท่านอาสาฟ   …..

ร้องสรรเสริญพระเจ้า

แล้วกราบนมัสการ

สัตว์ที่ต้องตายแทนคน ๒๙-๔

2 พงศาวดาร 29:20-24

เช้าวันต่อมา ราชาเฮเซคียาห์ทรงตื่นตั้งแต่ยังมืดอยู่ พระองค์ทรงเรียกให้ข้าราชการในเมืองเข้ามารวมตัวกัน
ทุกคนรีบแต่งตัวออกมากันให้ทันที่พระราชวัง
บางคนก็มารอตั้งแต่ที่พระราชายังไม่ทรงตื่นบรรทม
บางคนก็มาพอดีกับพระราชา
แต่ไม่มีใครทำให้พระราชาต้องรอเลย….
มีการเตรียมวัวผู้ 7 ตัว แกะผู้ 7 ตัว ลูกแกะผู้ 7 ตัว แพะผู้ 7 ตัว เพื่อถวายเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปสำหรับราชอาณาจักร พระวิหาร และเพื่อชนยูดาห์

พวกปุโรหิตซึ่งเป็นลูกหลานของท่านอาโรน ได้ฆ่าสัตว์ทั้งหมด เพื่อถวายเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปต่อพระเจ้า ตามคำบัญชาของพระราชา
เขาประพรมเลือดของสัตว์เหล่านั้น บนแท่นบูชา เลือดแดงฉานบนแท่นนั้น ดูน่ากลัวยิ่งนัก เขาฆ่าสัตว์และประพรมเลือดโดยเริ่มจากวัวผู้ทั้งเจ็ด แล้วก็ฆ่าแกะ ลูกแกะ ตามลำดับ
ส่วนแพะนั้น เขานำมายังพระราชาและที่ประชุม จากนั้นก็วางมือลงบนหัวของแพะ แล้วจึงสังหารมันทำเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป ถวายเป็นเครื่องบูชาพร้อมกับเลือดของมัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการไถ่บาปสำหรับคนอิสราเอลทั้งหมด ตามคำบัญชาที่พระราชาขอให้ทำการถวายเครื่องเผาบูชาเพื่อไถ่บาปของประชาชนทั้งสิ้น

ดูซิ สมัยก่อนนี้ กว่าจะได้รับการอภัยบาปจากพระเจ้าได้นั้น
ต้องทำพิธีที่คาวเลือดยิ่งนัก
ต้องเจอกับความตายของสัตว์ที่ไม่รู้ประสีประสา มันไม่ได้ทำบาปอย่างเราเลย แต่มันก็ต้องมาตายเพราะบาปของคน
พระเจ้าทรงให้คนอิสราเอลเห็นว่า พระองค์ทรงเกลียดความบาปมากเพียงไร
พวกเขาเข้าใจกันหรือไม่นะ?

คืนที่พระเจ้าทรงเยี่ยม ๗-๒

2 พงศาวดาร 7:11-18

ราชาซาโลมอนได้สร้างพระวิหารของพระเจ้า และราชวังของพระองค์เสร็จสมบูรณ์  ไม่มีสิ่งใดตกบกพร่อง วางแผนไว้อย่างไร ก็ทำตามนั้น   เป็นความสำเร็จที่ผู้คนกล่าวขานถึงความงาม ตระการของพระวิหารทั่วแผ่นดิน   และยังเลื่องลือไปยังประเทศต่าง ๆ ที่อยู่รอบ ๆ   แม้ประเทศไกล ก็ได้ยินเรื่องราวของพระวิหารนี้

หลังจากงานถวายพระวิหารผ่านไปแล้ว

พระเจ้าทรงมาเยี่ยมราชาซาโลมอนในเวลากลางคืน  ราชาซาโลมอนดีพระทัยมาก  ทรงน้อมองค์ฟังสิ่งที่พระเจ้าตรัส
“เราได้ยินคำอธิษฐานของเจ้า   และเราได้เลือกสถานที่แห่งนี้ ให้เป็นที่ ๆ ประชากรอิสราเอลจะถวายเครื่องบูชาต่อเรา
เมื่อเราปิดฟ้า ทำให้ไม่มีฝน หรือเมื่อเราสั่งให้ตั๊กแตนมาเขมือบพืชผลไร่นา  หรือเมื่อเราส่งโรคระบาดมาท่ามกลางพี่น้องอิสราเอล ….  “   ดูเหมือนว่า คำตรัสของพระเจ้านั้นกำลังบอกราชาซาโลมอนถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

เมื่อคนเจอโรคระบาด  ภาพวาดโดยกุสตาฟ ดอเร่

“หากประชากรของเรา  ที่เรียกชื่อของพวกเขาตามนามของเรา จะถ่อมใจลง  อธิษฐานและแสวงหาหน้าของเรา   ถ้าเขาจะหันจากทางแห่งความบาปร้ายของเขา เราจะยินเสียงของเขาจากสวรรค์    เราจะอภัยบาปให้เขา  และรื้อฟื้นรักษาแผ่นดินให้หายจากความหายนะ

ตาของเราจะเปิดอยู่  หูของเราจะคอยฟังคำอธิษฐานที่พวกเขามาร้องทูลในสถานที่นี้ เพราะเวลานี้  เราได้เลือกและได้ชำระวิหารนี้ เพื่อว่านามของเราจะอยู่ในวิหารนี้ตลอดไป     ตาของเรา ใจของเราจะอยู่ที่นี่เสมอไป

ส่วนเจ้า  ถ้าเจ้าเดินตามรอยของดาวิด พ่อของเจ้า   ทำทุกสิ่งตามที่เราได้บัญชาไว้ และรักษากฏบัญญัติของเรา  เราก็จะสถาปนาเจ้าบนบัลลังก์ และเราจะให้คำสัญญาเหมือนกับที่ให้กับพ่อของเจ้าว่า   เจ้าจะไม่ขาดชายสักคนที่จะปกครองอิสราเอล”

พระเจ้าทรงเป็นห่วงใยที่จะย้ำให้ราชาซาโลมอนทำในสิ่งที่ถูกต้อง

พระเจ้าทรงเป็นห่วงใยที่จะบอกวิธีแก้ไข เมื่อเกิดเหตุร้าย

พระองค์ทรงบอกชัดเจนว่า  สิ่งร้ายจะเกิดขึ้นเมื่อพวกเขาหันจากทางของพระองค์ และใช้ชีวิตอย่างชั่วร้ายต่อพระองค์  ต่อตัวเอง และผู้อื่น

พระเจ้าทรงรู้ว่า  พวกเขาไม่สามารถที่จะดำเนินตามพระบัญญัติของพระองค์ได้อย่างครบถ้วน  จะมีวันหนึ่งที่พวกเขาหันไปจากทางของพระองค์

 

พระสิริก็ลงมา ๗-๑

2 พงศาวดาร 7:1-10

เมื่อราชาซาโลมอนทรงอธิษฐานจบ  ทุกคนในที่นั้นก็ต้องตะลึง  ….. เพราะ

ชิ้วววววว    ซ  ซซซ ซซ !!!!

ไฟจากสวรรค์เบื้องบน  ลงมาเผาเครื่องบูชา และสัตวบูชาทันที!

พระสิริของพระเจ้าแผ่กระจายเต็มพระวิหาร

แม้ปุโรหิต ก็เข้าไปในพระวิหารไม่ได้เลย   มองไม่เห็นอะไร เพราะพระสิริของพระเจ้าแน่นอยู่ในบรรยากาศนั้น !

ไฟจากสวรรค์ลงมาเผาเครื่องบูชา


“เพราะว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าประเสริฐ

ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงอยู่นิรันดร์”

 

 

 

เสียงของผู้คนที่อยู่ในพระวิหารร้องออกมาพร้อมกัน  เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน  พวกเขากราบซบหน้าลงถึงดินทุกคน

วันนั้น ราชาซาโลมอนถวายสัตวบูชาเป็นวัว 22,000  ตัว   และแกะอีก 102,000 ตัว   โอ… จะมากอะไรปานนั้น  มิน่า  จึงต้องการเลวี และคนทำงานในพระวิหารมากมายเหลือเกิน

การถวายครั้งนี้เป็นเครื่องหมายว่า ทั้งพระราชาและประชากรของพระองค์ ได้ถวายพระวิหารให้เป็นของพระเจ้า

บรรยากาศวันนั้นสง่างาม  ทรงเกียรติ และเต็มด้วยความชื่นชมยินดี

เหล่าปุโรหิต  เลวี  นักร้อง ต่างทำหน้าที่ของตนเองอย่างสุดใจ

เสียงเพลงกระหึ่มทั่วบริเวณ   ดังออกไปทั่วกรุงเยรูซาเล็ม

ชาวเมืองตั้งใจฟังเสียงเพลงสรรเสริญพระเจ้า  และพวกเขาก็น้อมใจลงสรรเสริญพระเจ้าพร้อมไปกับเหล่านักร้อง  นักดนตรีเหล่านั้น

 

กว่าสิบวัน  ที่คนอิสราเอลและพระราชาอยู่ในงานนี้ด้วยกัน เป็นชุมชนใหญ่โตมาก    เมื่อถึงวันสุดท้าย  ประชาชนลาราชาซาโลมอนกลับยังถิ่นฐานของตนเอง

“ขอบคุณพระเจ้า   ขอบคุณพระเจ้า   พระเจ้าทรงดีต่อเรามากเหลือเกิน”

ชนอิสราเอลต่างชื่นบานยินดีสำหรับความดี    ที่พระเจ้าได้ทรงมอบให้แก่ราชาดาวิด  ผู้ที่ตั้งพระทัยจะสร้างพระวิหาร  ทั้งแก่ราชาซาโลมอนและพวกเขาทุกคน

 

คำอธิษฐานของพระราชา ๖-๒

2  พงศาวดาร 6:12-25

ราชาซาโลมอนทรงคุกเข่ากางพระหัตถ์ออก   ต่อหน้าคนอิสราเอลบนปะรำทองเหลืองที่กลางงาน  ตรัสว่า

“ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งอิสราเอล
ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าพระใด ๆ เป็นเหมือนพระองค์ในฟ้าสวรรค์เบื้องบน หรือแผ่นดินเบื้องล่าง
พระองค์ทรงรักษาคำมั่นสัญญา
ทรงแสดงความรักอันมั่นคงต่อราชาดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์ ผู้ดำเนินในทางของพระองค์อย่างสุดใจ

วันนี้ ทุกอย่างที่พระองค์ทรงสัญญานั้น ได้สำเร็จลงทั้งสิ้นด้วยพระหัตถ์ของพระองค์

ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งอิสราเอล
ขอให้พระวจนะของพระองค์ ดำรงอยู่ตามที่พระองค์ได้ตรัสแก่ราชาดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์
ที่ลูกหลานของราชาดาวิดจะดำเนินชีวิตต่อพระพักตร์ของพระองค์อย่างที่ราชาดาวิดได้ทรงดำเนินมานั้น
และที่ราชาดาวิดจะไม่ขาดชายที่จะนั่งบนบัลลังก์อิสราเอลจำเพาะพระพักตร์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า

อีกจินตนาการในวันนั้นที่ถวายพระวิหาร  ภาพเอื้อเฟื้อจาก dsmedia.org

เพราะว่าสวรรค์อันกว้างใหญ่ไพศาลยังไม่อาจรับพระองค์ไว้ได้
พระเจ้าข้า  พระวิหารที่ได้สร้างขึ้นมานี้    ยิ่งไม่อาจรับพระองค์ไว้ได้
ขอพระองค์โปรดฟังคำวิงวอนของผู้รับใช้ของพระองค์
ขอทรงสดับฟังเสียงร้อง และคำอธิษฐาน
เพื่อว่า พระเนตรของพระองค์จะทรงมองพระวิหารนี้ ทั้งกลางวันและกลางคืน     พระองค์ได้ตรัสว่า จะตั้งพระนามของพระองค์ไว้ที่พระวิหารนี้    และเพื่อว่าพระองค์จะทรงฟังคำอธิษฐานของข้าทาสและประชากรอิสราเอลเมื่อพวกเขาอธิษฐานจากที่นี่

พระเจ้าข้า  ณ สรวงสวรรค์  ขอพระองค์ทรงฟังคำอธิษฐาน และขอพระองค์อภัยบาปทั้งสิ้นของเรา

ขอพระองค์ทรงพิพากษาผู้กระทำผิด และทรงแจ้งความบริสุทธิ์ของคนชอบธรรมจากแท่นบูชานี้

พระเจ้าข้า หากประชากรอิสราเอลทำผิดต่อพระองค์ แล้วพ่ายแพ้ศัตรู และเขาได้หันกลับมาหาพระองค์ รับพระนามของพระองค์ และอธิษฐานวิงวอนขออภัยจากพระวิหารนี้  ขอพระเจ้าโปรดทรงฟังจากสรวงสวรรค์และอภัยบาปเขา  และขอทรงนำพวกเขากลับมายังแผ่นดินซึ่งพระองค์ได้ประทานแก่บรรพบุรุษของเขา”……

ทำไมพระราชาทรงอธิษฐานเช่นนี้?

ราวกับว่า พระองค์ทรงรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับประชากรอิสราเอลในอนาคต!!

 

มอบถวายพระวิหาร ๖-๑

2 พงศาวดาร  6:1-10

เมฆหมอกเต็มอยู่ในพระวิหารจนปุโรหิตไม่สามารถปรนนิบัติหน้าที่ได้    พวกเขาล้มลง  ก้มลงกราบพระเจ้าที่เขาไม่เห็น     ทุกคนต่างตะลึงกับการประทับอยู่ของพระเจ้า    หลายคนรู้สึกเหมือนจะตายเพราะความที่พระเจ้าทรงอยู่ที่นั่น   พวกเขาเข้าใจแล้วว่า พระเจ้ายิ่งใหญ่เกินกว่าที่พวกเขาจะเห็นพระองค์ได้   แค่รู้ว่า พระองค์ประทับอยู่ที่ตรงนี้ก็มากเกินกว่าที่จะรับไหว!!!

ราชาซาโลมอนทรงอยู่ข้างนอกพระวิหาร พร้อมกับประชาชนเป็นจำนวนมาก   พระองค์ตรัสด้วยสุรเสียงดังก้องว่า

“พระเจ้าตรัสว่า พระองค์จะประทับในความมืดทึบ
ข้าทาสของพระองค์   ได้สร้างพระวิหาร เพื่อเป็นที่ประทับของพระองค์
เพื่อว่าพระองค์จะสถิตอยู่ตลอดไป”

ประชาชนทั้งปวงน้อมลงกราบ…. ทุกคนปรารถนาให้พระวิหารนี้เป็นที่ประทับของพระองค์หรือ?

พวกเขารู้อยู่ในใจว่า พระเจ้ายิ่งใหญ่กว่าวิหารนี้มากมายนัก แม้ฟ้าสวรรค์ยังรองรับพระองค์ไม่หมด….
พวกเขาไม่อาจเอาพระเจ้ามาไว้ในพระวิหาร เหมือนกับที่เอาหีบพันธสัญญาของพระองค์มาไว้ในพระวิหารนั้น

แต่การสร้างพระวิหาร คือการแสดงการถวายเกียรติพระเจ้าด้วยสุดจิต  สุดใจ สุดความคิด และสุดกำลัง ของราชาดาวิดและซาโลมอน เป็นเครื่องหมายแสดงถึงความรักเคารพที่มีต่อพระองค์   ขอถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าด้วยทั้งหมดที่มีอยู่   พระราชาและประชาชนพร้อมใจกันที่จะถวายเกียรติสูงสุดแด่พระเจ้า ……

ภาพได้รับความเอื้อเฟื้อจาก lavistachurchofchrist.org

ราชาซาโลมอนตรัสว่า

“สรรเสริญพระเจ้าแห่งอิสราเอล
พระองค์ทรงทำตามคำสัญญาที่ตรัสกับราชบิดาของข้าพเจ้าด้วยพระหัตถ์ของพระองค์
พระองค์ได้ตรัสว่า

…..นับแต่วันที่เรานำประชากรของเราออกมาจากอียิปต์
เรามิได้เลือกเมืองใดเมืองหนึ่ง ในเผ่าใด ๆ เพื่อสร้างวิหารขึ้น
เรามิได้เลือกใครมาครองอิสราเอล

แต่บัดนี้ เราเลือกเยรูซาเล็มเป็นที่สร้างวิหารเพื่อนามของเรา
และเลือกดาวิดให้ปกครองประชากรอิสราเอลของเรา…..

ดาวิด ราชบิดาของข้าพเจ้า ตั้งพระทัยจะสร้างพระวิหารถวายแด่พระนามของพระเจ้าแห่งอิสราเอล

แต่องค์พระเจ้าทรงห้ามไว้  ที่เจ้ามีใจจะสร้างวิหารให้เรานั้นก็ดีแล้ว
แต่เจ้าจะไม่ใช่ผู้ที่สร้างพระวิหาร  ผู้ที่จะสร้างคือบุตรชายของเจ้า

องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทำตามพระสัญญาคือ

ให้ข้าพเจ้าครองบัลลังก์ต่อจากราชบิดา
และข้าพเจ้าได้สร้างพระวิหารนี้เพื่อพระนามของพระเจ้าแห่งอิสราเอล

วิหารนี้ให้เป็นที่วางหีบพันธสัญญา    ซึ่งภายใน มีพันธสัญญาที่พระเจ้าประทานแก่คนอิสราเอล”

สิ่งที่ราชาซาโลมอนตรัส  เหล่าคนอิสราเอลต่างก็รับไว้ในใจด้วยความนอบน้อม

 

 

 

วันที่ปุโรหิตล้ม ๕-๒

2 พงศาวดาร 5:10-14

ทายซิว่า มีอะไรอยู่ในหีบพันธสัญญาของพระเจ้า   ทำไมจึงสำคัญมากยิ่งนัก  ….

เป็นอะไรนะ?  ทองคำบริสุทธิ์หรือ?

คงไม่ใช่ เพราะในพระวิหารมีทองคำประดับอยู่ล้นเหลือ

หรือว่าเป็นเพชรน้ำเอก  เพชรก้อนโตที่เจียระนัยมาอย่างสวยงาม….

แต่ในพระวิหารก็มีอัญมณีประดับอยู่มากมายเช่นกัน

ของสิ่งนี้  ใส่ในหีบมานานแล้ว  ตั้งแต่สมัยโมเสส… พอจะนึกออกแล้วหรือยัง

ก็ชื่อ หีบพันธสัญญา  ….ในนั้น ต้องมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับพันธสัญญาของพระเจ้า

คิดออกแล้วใช่ไหม…

ในหีบนั้น มีแผ่นหินก้อนใหญ่สองก้อน   จารึกพระบัญญัติสิบประการไว้ ครั้งที่พระเจ้าทรงกระทำพันธสัญญากับคนอิสราเอลตอนที่พวกเขาออกมาจากอียิปต์ใหม่ ๆ    นี่เป็นเครื่องหมายที่บอกว่า พระเจ้าทรงอยู่กับเขา  เขาเป็นประชากรของพระองค์ และเขาจะดำเนินตามพระประสงค์ของพระองค์   มีบัญญัติบอกทางแล้วว่า พวกเขาจะดำเนินชีวิตอย่างไร

จินตนาการของผู้วาด .... ภาพจาก pitts.emory.edu

เมื่อได้อัญเชิญหีบพันธสัญญาของพระเจ้าเข้าไปในอภิสุทธิสถานแล้ว เหล่าปุโรหิตก็เดินออกมาจากพระวิหาร ส่วนเลวีที่เป็นนักร้อง ยืนอยู่ทางตะวันออกของแท่นบูชา

ไม่เฉพาะนักร้องเท่านั้น ยังมีนักดนตรี ใส่เสื้อผ้าป่าน ถือ ฉาบ พิณใหญ่  พิณเขาคู่ และคนแตรอีก 120 คน

พวกเขาร้องเพลงเสียงสนั่นบริเวณพระวิหาร  ดังออกไปในเมืองเยรูซาเล็ม  ผู้คนได้ยินเสียงดนตรี และเสียงร้องเพลงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

“เพราะว่า พระเจ้าประเสริฐยิ่งนัก

ความรักมั่นคงดำรงเป็นนิตย์

เพราะว่าพระเจ้าประเสริฐยิ่งนัก

ความรักมั่นคงดำรงเป็นนิตย์”

พวกเขาร้องเพลงย้ำให้คนทั้งหลายรู้ว่า ความรักของพระเจ้าไม่เคยเปลี่ยนแปลงและยังดำรงอยู่เพื่อพวกเขาตลอดไป

ขณะที่กำลังร้องเพลงอยู่นั้น

มีเมฆแห่งพระสิริของพระเจ้าเต็มในพระวิหาร

จนปุโรหิตล้มลง ไม่อาจยืนต่อพระพักตร์ของพระเจ้าได้!

 

จากกระโจม สู่พระวิหาร ๕-๑

2 พงศาวดาร 5:1-9

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว  ราชาซาโลมอนก็ทรงเรียกประชุมบรรดาผู้ใหญ่ หัวหน้าเผ่าในอิสราเอล  หัวหน้าของตระกูลต่าง ๆ ในเยรูซาเล็ม   เพื่อจะเตรียมการอัญเชิญหีบพันธสัญญาของพระเจ้า ซึ่งขณะนั้น อยู่ในกระโจมซึ่งราชาดาวิดได้สร้างไว้

เหตุการณ์วันนี้ เป็นเรื่องสำคัญมาก  ดังนั้นพวกเขาจึงต้องมาเป็นตัวแทนของคนอิสราเอลทั้งประเทศ   เพื่อให้เห็นสิ่งนี้ และจะกลับไปเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้คนในตระกูล  และเผ่าของพวกเขาได้รับรู้และสรรเสริญพระเจ้ากันต่อไป

วันนั้น ทั้งพระราชา และหมู่คนอิสราเอลถวายแกะและวัวมากมายจนนับไม่ไหว  สัตว์เหล่านี้จะกลายเป็นเครื่องบูชาต่อไป

ในที่สุดพวกเขาก็ทำการนำหีบพันธสัญญาและเครื่องใช้ต่าง ๆ มาจากกระโจม

โดยที่พวกเขาทำอย่างถูกต้อง ไม่มีสิ่งใดพลาดเลย

เหล่าคนเลวีใช้คานหามหีบขึ้นมา  เป็นคานที่ยาวมาก  และนำไปไว้ที่ห้องอภิสุทธิสถาน…. มีปุโรหิตเป็นผู้ที่นำเข้าไป

ภาพวาดโดย เจมส์ ทิสสอท

 

ในภาพนั้น คานยังยาวไม่พอ  เพราะพระคัมภีร์บันทึกว่า คานยาวเลยห้องอภิสุทธิสถานออกมา แสดงว่า ยาวกว่า 20 ศอก

เมื่อวางหีบพันธสัญญาไว้ ก็เท่ากับเครูปทองคำที่สร้างรออยู่ มีท่าทางที่กางปีกออกปกคลุมหีบพันธสัญญาไว้ เป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก

วันนั้นเป็นวันที่ทุกคนต่างปลาบปลื้มใจ   พระวิหารโอ่อ่าตระการ การถวายเครื่องบูชาก็ยิ่งใหญ่ …. และวันนั้นเอง พวกเขายังได้พบสิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่คาดคิดมาก่อน!!!